วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

นักศึกษาฝึกงานทำงานล่วงเวลาได้หรือไม่ ?

           ผมได้รับคำถามตามหัวเรื่องข้างต้นจากอีเมล์เมื่อไม่นานนี้เองครับ เป็นคำถามที่แม้จะสั้น ๆ แต่ก็น่าสนใจ

        ผมว่าเรื่องนี้เราควรจะต้องกลับมาดูกันที่วัตถุประสงค์ของการรับนักศึกษาฝึกงานเข้ามาฝึกงานกับบริษัทก่อนจะดีไหมครับ

         วัตถุประสงค์หลัก ๆ ที่เรารับนักศึกษาฝึกงานเข้ามาก็เพื่อ....

1.      ต้องการจะสอนงานให้เขามีความรู้ความเข้าใจในชีวิตการทำงานจริงในภาคปฏิบัติก่อนที่เขาจะจบการศึกษาแล้วไปทำงานจริง พูดง่าย ๆ ว่านักศึกษาจะได้เห็นของจริงและลงมือปฏิบัติแทนที่จะเรียนรู้แต่ภาคทฤษฎีในห้องเรียนเป็นหลักเพียงอย่างเดียว

2.      หลายสถาบันการศึกษาก็จะมีข้อกำหนดว่า ก่อนจบการศึกษา นักศึกษาจะต้องไปขอฝึกงานตามบริษัทต่าง ๆ เสียก่อนโดยมีวัตถุประสงค์ตามข้อ 1 แถมด้วยว่าถ้าจะจบได้จะต้องมีชั่วโมงการฝึกงานตามที่ทางสถาบันกำหนดและบริษัทที่ไปขอฝึกงานประเมินผลให้ผ่านการฝึกงานนักศึกษาถึงจะขอจบได้

คราวนี้เรามาดูความหมายของการทำงานล่วงเวลาในกฎหมายแรงงานมาตรา 24 กันสักหน่อยดีไหมครับ

          มาตรา ๒๔  ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราวๆ ไป

          ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น

          จากมาตรา 24 ของกฎหมายแรงงานข้างต้นผมมีข้อสังเกตดังนี้

1.      ถ้าดูตามกฎหมายแล้วจะเห็นได้ว่าโดยเจตนารมณ์เบื้องต้นในวรรคแรกของมาตรา 24 เขาก็ไม่อยากจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา (ผมขอเรียกภาษาคนทำงานว่า “โอที” นะครับ) แต่ถ้าลูกจ้างยินยอมก็สามารถให้ทำได้ จึงเป็นที่มาของการก่อนที่จะทำโอทีลูกจ้างจะต้องทำใบขอทำโอทีและผู้บริหารต้องอนุมัติให้ทำโอทีเสียก่อน

2.      ตามมาตรา 24 วรรคแรกก็บอกว่า “ห้ามมิให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา....เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง....” เขาก็บอกอยู่แล้วว่าคนที่ทำงานล่วงเวลาคือ “ลูกจ้าง” ไม่ใช่หรือครับ

       คำถามก็คือ....แล้วนักศึกษาฝึกงานเป็น “ลูกจ้าง” หรือเปล่าครับ ?

3.      เรื่องที่ต้องคิดต่อมาคือค่าโอทีจะคิดจากฐาน “ค่าจ้าง” เท่าไหร่เพราะนักศึกษาฝึกงานไม่ใช่ลูกจ้าง และไม่ได้มีค่าจ้างเหมือนลูกจ้างนะครับ

4.      ถ้าให้นักศึกษาฝึกงานทำงานล่วงเวลาก็แปลว่าจะต้องให้นักศึกษาฝึกงานทำใบขอทำโอทีเหมือนกับพนักงาน มีการจ่ายค่าล่วงเวลาเหมือนกับพนักงานประจำ ทั้ง ๆ ที่งานและความรับผิดชอบหลักควรจะต้องเป็นของพนักงานไม่ใช่หรือครับ

5.      การให้นักศึกษาฝึกงานทำโอทีแล้วต้องเดินทางกลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ โดยเฉพาะถ้านักศึกษาฝึกงานที่เป็นผู้หญิงท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ สวัสดิภาพของนักศึกษาฝึกงานจะปลอดภัยแค่ไหนยิ่งถ้าเราดูข่าว

ทุกวันนี้ก็เกิดเหตุฉกชิงวิ่งราวอยู่บ่อย ๆ อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยครับผู้ชายก็โดนแทงตายได้เพราะแค่อยากจะชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ในเรื่องนี้ผมว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่จะเข้าใจได้ดีนะครับ

จากข้อสังเกตที่ผมบอกมาทั้งหมดข้างต้นผมคิดว่าท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะคิดได้เองแล้วนะครับว่าบริษัทควรให้นักศึกษาฝึกงานทำโอทีหรือไม่

แล้วบริษัทของท่านล่ะ....ยังให้นักศึกษาฝึกงานทำโอทีอยู่หรือเปล่าครับ ?