วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

สาเหตุที่ผู้บริหารบางบริษัทออกกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรมกับพนักงาน?


            ผมเคยเขียนเรื่องบริษัทที่ไม่ควรทำงานด้วยที่ชอบออกกฎระเบียบที่เอาเปรียบพนักงาน เช่น
            1. บริษัทเรียกเก็บเงินค้ำประกันการทำงานทุกตำแหน่งงานคนละ 3,000 บาท โดยหักจากเงินเดือนงวดแรก
            2. ถ้าพนักงานไม่ผ่านทดลองงานบริษัทจะเลิกจ้างและไม่คืนเงินค้ำประกันให้
            3. ถ้าพนักงานไม่ยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามระเบียบบริษัทจะไม่จ่ายเงินเดือนงวดสุดท้ายให้
            4. ถ้าพนักงานมาทำงานสาย 3 ครั้งใน 1 เดือนบริษัทจะหักเงินเดือน 1 วัน
            5. ฯลฯ
            ถ้าจะถามว่าบริษัทออกกฎระเบียบประหลาด ๆ แบบนี้มาได้ยังไง ก็คงจะขอตอบจากประสบการณ์ดังนี้ครับ
            1. ผู้บริหารมองพนักงานในแง่ลบแง่ร้ายเอาไว้ก่อน เช่น มีพนักงานลาป่วยในระหว่างการทดลองงานก็เลยออกระเบียบว่าถ้าพนักงานทดลองงานลาป่วยบริษัทจะไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่ลาป่วย
            2. เอาเรื่องที่พนักงานส่วนน้อยทำผิดมาออกระเบียบควบคุมพนักงานส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ทำผิด 
เช่น มีพนักงานบางคนใช้ทรัพย์สินของบริษัทอย่างไม่ระวังทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหายก็เลยต้องเรียกเงินค้ำประกันจากพนักงานทุกคนเผื่อว่าถ้าเกิดความเสียหายแล้วพนักงานหนีไปบริษัทก็ยังมีเงินค้ำประกันมาชดใช้บางส่วนก็ยังดี 
            แต่เคยคิดต่อไหมครับว่าพนักงานส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับผิดชอบเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทและไม่ได้ทำอะไรให้บริษัทเสียหายแล้วต้องมาถูกหักเงินค้ำประกันการทำงาน(ซึ่งผิดกฎหมายแรงงาน)เขาจะรู้สึกยังไง
            3. ผู้บริหารมองแต่ประโยชน์ของบริษัทแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่เคยคำนึงถึงใจของฝ่ายลูกจ้างก็เลยออกกฏระเบียบที่จะทำให้บริษัทได้เปรียบพนักงานให้มากที่สุดหรือไม่กฎเกณฑ์ใดๆที่ชัดเจน เช่น ให้พนักงานไปปฏิบัติงานนอกสถานที่แต่ไม่เคยจ่ายค่าพาหนะ(ค่าแท๊กซี่) หรือค่าน้ำมัน(กรณีพนักงานต้องขับรถของตัวเอง)ให้ ทำให้พนักงานต้องจ่ายค่าพาหนะหรือค่าน้ำมันเอง 
            หรือบริษัทมีระเบียบให้เบิกค่าแท๊กซี่หรือเบิกค่าน้ำมันที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
            จากสาเหตุดังกล่าวนอกจากจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับพนักงานส่วนใหญ่แล้ว บางกรณีก็ยังเป็นกฎระเบียบที่ขัดต่อกฎหมายแรงงานอีกต่างหาก ถ้าพนักงานไปฟ้องศาลแรงงานเมือไหร่บริษัทก็แพ้คดีแหงๆ 
            แต่ก็น่าแปลกใจว่าจนเดี๋ยวนี้ก็ยังมีบริษัทที่ออกกฎระเบียบที่ผิดกฎหมายแรงงานทำนองนี้ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ
            จึงสรุปได้ว่าตราบใดที่ผู้บริหารของบริษัทยังมีทัศนคติกับพนักงานในแง่ลบตามสาเหตุที่ผมบอกมาข้างต้น และไม่เคยใช้หลัก "ใจเขา-ใจเรา" ปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ในบริษัทเหล่านี้ไปเรื่อยๆ
            เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่กำลังจะเปลี่ยนงานให้เช็คเรื่องเหล่านี้ให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจเข้าทำงานว่าบริษัทที่เราจะไปทำงานด้วยว่ามีกฎระเบียบที่เอาเปรียบแบบนี้บ้างหรือไม่นะครับ 
            เพราะกฎระเบียบประหลาด ๆ เหล่านี้จะสะท้อนถึงตรรกะ วิธีคิด และมุมมองของฝ่ายบริหารที่มีต่อพนักงานในองค์กรได้อย่างชัดเจนว่ามองพนักงานในแบบใด
            ซึ่งถ้าผู้บริหารของบริษัทเหล่านี้ยังไม่คิดแก้ไข ก็คงขึ้นอยู่กับพนักงานในบริษัทนี้แล้วล่ะครับว่าจะยังทนอยู่ให้เขาเอาเปรียบต่อไปอีกหรือไม่ 
            ชีวิตลิขิตได้ด้วยตัวเราเองนะครับ

………………………………….