ตอนที่แล้วผมพูดถึงโครงการ Early Retirement ของ KBank โดยยกตัวอย่างประกอบให้เห็นชัดว่าพนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับผลประโยชน์เท่าไหร่ไปแล้ว
ผมก็มีข้อคิดในมุมมองของผมจากเรื่องนี้อย่างนี้ครับ
1.
ปกติบริษัทต่าง ๆ
มักจะกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 55 หรือ 60 ปี
เมื่อครบเกษียณอายุก็จะจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามกฎหมายแรงงานแล้วก็มีการเลี้ยงส่งกันไป
หรือบางแห่งอาจจะมีการต่อเกษียณอายุ ซึ่งผมเคยเขียนเรื่อง
“เหรียญสองด้านกับการต่อเกษียณ” ใน Blog ของผมไปแล้ว
2.
โครงการ Early Retirement ที่ผมเคยเห็นมาก็มักจะกำหนดอายุตัวเริ่มต้นตั้งแต่
50 ปีขึ้นไป
3.
การกำหนดอายุตัวตามโครงการให้ลดลงจากเดิม (50 ปี)
เหลือ 45 ปี อาจจะมีผลกับแนวคิดการเกษียณอายุเดิมจาก 55
หรือ 60 ปีให้น้อยลงกว่านี้
(เช่นกำหนดให้พนักงานเกษียณอายุที่ 45 หรือ 50 ปี) ในอนาคตหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป
4.
การกำหนดอายุพนักงานในโครงการ Early Retirement ลดลงเป็นการส่งสัญญาณให้พนักงานทราบนโยบายในการจ้างที่เปลี่ยนไปขององค์กรว่าจะจ้างพนักงานยังมีผลงานที่ดี
ยัง Perform งานในหน้าที่ได้ตามเป้าหมายที่องค์กรต้องการ แต่ถ้าพนักงานคนไหนที่
ไม่พัฒนาตัวเององค์กรก็พร้อมจะจ่ายแล้วจบ
5.
โครงการนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการ Get rid of คนที่เป็น Poor Performer รวมถึงคนที่มีทัศนคติไม่ดีต่อองค์กรออกไป
แต่ตรงนี้มีเงื่อนไขว่าถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่สมัครใจเข้าโครงการ
องค์กรก็ยังคงต้องหาวิธีอื่นในการจัดการเพื่อแก้ปัญหาพวก Toxic Person เหล่านี้ต่อไป
6.
พนักงานต้องเปลี่ยน Mindset เสียใหม่จากเดิมที่เคยคิดว่าเมื่อฉันอยู่องค์กรที่มั่นคงฉันจะมั่นคงไปตามองค์กรจนเกษียณ
(บางคนก็เลยทำงานแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่พัฒนาตัวเอง ทำงานแค่หน้าตัก)
มาเป็นความมั่นคงอยู่ที่ตัวฉันเองที่จะพัฒนาตนเองให้องค์กรเห็นคุณค่า
เพราะองค์กรจะเลือกเฉพาะคนที่จำเป็นที่มีคุณค่าต่อองค์กรเท่านั้น
7.
แนวคิดการทำงานจนเกษียณ (Lifetime
Employment) จะเปลี่ยนไป คนจะทำงานกับองค์กรเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
ความภักดีต่อองค์กร (Corporate Loyalty) และความผูกพันกับองค์กร
(Employee Engagement) จะลดลง
8.
พนักงานที่มีฝีมือมีศักยภาพอาจเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงหรือมี
Loyalty
ลดลงและพร้อมจะทิ้งองค์กรไปในองค์กรอื่นที่เสนอเงื่อนไขที่เขาคิดว่าดีกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน
ซึ่งจะมีผลกระทบกับการวาง Career Path, Succession Plan, Talent Management ซึ่งอาจรวมไปถึงการทบทวนระบบ Rewards ที่จะต้องจูงใจพนักงานที่มีศักยภาพที่องค์กรอยากรักษาเอาไว้
9.
การกำหนดอายุตัวสำหรับพนักงานที่จะสมัครเข้าโครงการ
Early
Retirement ไว้ที่ 45 ปีขึ้นไปจะทำให้กลุ่มเป้าหมายขยายใหญ่ขึ้น
(จากเดิมที่กำหนดอายุ 50-59 ปี)
และแน่นอนว่าองค์กรก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการนี้เพิ่มขึ้น
10.
ปัจจุบันค่าเฉลี่ยอายุคนไทย
(ทั้งชายและหญิง) อยู่ที่ 78
ปี ถ้าสมัครใจเข้าโครงการที่อายุ 45 ปี
จำเป็นจะต้องมีเงินเลี้ยงชีพไปอีกประมาณ 33 ปี
จึงควรจะต้องวางแผนด้านการเงินและการงานหลัง Early Retirement ให้ดีว่าจะมีแผนในชีวิตหลังจากนี้เป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องระมัดระวังให้มาก
ๆ คือการลงทุนไปแล้วไม่ได้รับ ROI (Return on Investment) อย่างที่คาดหวังประเภทตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
หรือการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพให้เสียเงินอย่างที่เป็นข่าวกันแทบทุกวันนี้
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกว่าโครงการ
Early
Retirement ตามข่าวดีหรือไม่ดีนะครับ เพียงแต่พออ่านข่าวก็เลยคิดตามไปเรื่อย
ๆ แล้วก็เลยอยากจะแชร์ความคิดให้คนที่สนใจเรื่องนี้ได้อ่านเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับงานหรือชีวิตส่วนตัวของคนอ่าน
ซึ่งใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยยังไงก็ให้อยู่บนหลักกาลามสูตรก็เท่านั้นแหละครับ