วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ข้อคิดเกี่ยวกับ Early Retirement (ตอนที่ 1)

             เห็นข่าวโครงการ Early Retirement ของ KBank ออกสื่อไปแล้วก็เลยทำให้ผมอยากจะแชร์มุมมองของผมเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนทำงาน HR ที่จะนำไปคิดวิเคราะห์ต่อไปว่าบริษัทของเราจะเอาไงดีในเรื่องนี้

            คงต้องแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ตอนนะครับ เพราะถ้าเขียนรวดเดียวทั้งหมดก็จะยาวเกินไป

            เอาเรื่องแรกก่อนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีอายุระหว่าง 45 ถึงน้อยกว่า 60 ปี (คนที่ครบเกษียณในปี 2568 เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้)

            ผลประโยชน์ที่พนักงานเข้าร่วมโครงการได้รับจะมี 2 ตัวคือ

1.      ค่าชดเชยเกษียณอายุ

คำนวณจาก (เงินเดือน+ค่าครองชีพ) คูณ อายุงาน

2.      เงินช่วยเหลือพิเศษ 8-12 เท่าของเงินเดือน+ค่าครองชีพ

2.1   อายุตัว 45-49 ปี ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ 8 เดือน

2.2   อายุตัว 50-54 ปี ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ 10 เดือน

2.3   อายุตัว 55-59 ปี ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ 12 เดือน

            จากผลประโยชน์ข้างต้นผมสมมุติตุ๊กตาอย่างนี้ครับ

            นาย A อายุ 25 ปีเข้าทำงานเมื่อปี 2548 จบปริญญาตรีเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท ผลงานอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเกรด C ได้รับการขึ้นเงินเดือนปีละครั้งเฉลี่ยครั้งละ 5% (หลังจากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ประเทศไทยมีอัตราขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยปีละ 5% มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน)

            นาย A จะมีเงินเดือนในปี 2568 = 39,799 บาท อายุงานครบ 20 ปี อายุตัว 45 ปี

ผมปัดเศษให้เป็น 40,000 บาทถ้วนก็แล้วกันนะครับ

            ถ้านาย A จะเข้าร่วมโครงการในปีนี้จะได้รับเงินทั้งหมดเท่าไหร่?

            คำนวณตามข้อ 1 นาย A จะได้รับค่าชดเชยเกษียณอายุ = 40,000x20 = 800,000 บาท

            คำนวณตามข้อ 2.1 นาย A จะได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ = 40,000x8 = 320,000 บาท

          สรุปนาย A จะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น = 1,120,000 บาท

          ตามตัวอย่างนี้ผมไม่ได้เอาค่าครองชีพเข้ามารวมนะครับ ถ้าปัจจุบันธนาคารจ่ายค่าครองชีพให้เดือนละเท่าไหร่ก็ต้องเอาค่าครองชีพรวมเข้าไปในฐานเงินเดือนด้วยนะครับ

          หรือพูดภาษาชาวบ้านว่านาย A ได้รับเงินรวมทั้งหมด 28 เดือน

            สมมุติว่านาย A เข้าทำงานตอนอายุ 25 ปี แล้วทำงานมาจนถึงอายุ 59 ปี นาย A จะได้รับเงินค่าชดเชยเกษียณอายุ+เงินช่วยเหลือพิเศษ = 34+12 = 46 เดือน ในมุมมองของ Com & Ben อย่างผมก็ถือว่าธนาคารใจป้ำมากเลยนะครับ เพราะเคยเห็นบางองค์กรจ่ายให้ 33 เดือนก็ว่าเยอะแล้ว อันนี้เยอะกว่าขึ้นไปอี๊กถือว่าเป็นการจ่ายที่จูงใจมาก แสดงให้เห็นนโยบายของฝ่ายบริหารที่อยากจูงใจให้พนักงานเข้าร่วมโครงการนี้มากครับ

            ถ้าสมมุติว่านาย A ถูกเลิกจ้างโดยได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานล่ะ นาย A จะได้รับค่าชดเชยเท่าไหร่?

            ตามม.118 นาย A จะได้รับค่าชดเชยสูงสุดคือค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน

          นาย A จะได้รับค่าชดเชย = 40,000 หาร 30 = 1,333.33x400 = 533,333.33 บาท

          ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือนาย A จะได้รับค่าชดเชยน้อยกว่าที่ธนาคารจ่ายตามโครงการนี้ = 28-13.33 =14.67 เดือน

            หรือเรียกว่าตามตัวอย่างนี้ธนาคารจ่ายผลประโยชน์ให้กับพนักงานที่เข้าโครงการ Early Retirement มากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดประมาณ 1 เท่าตัวก็ได้ครับ

            นอกจากนี้ศาลฎีกาเคยตัดสินไว้ว่าการที่ลูกจ้างสมัครใจเข้าโครงการ Early Retirement จะมาฟ้องร้องนายจ้างให้จ่ายค่าชดเชยโดยจะถือว่าถูกเลิกจ้างไม่ได้นะครับ เพราะศาลท่านถือว่าเมื่อลูกจ้างสมัครใจเข้าโครงการไปแล้ว รับผลประโยชน์ต่าง ๆ ไปแล้วไม่ใช่การเลิกจ้าง

            ในตอนนี้คุยกันเท่านี้ก่อนเดี๋ยวในตอนหน้าค่อยมาว่ากันว่าผมมีข้อคิดอะไรจากโครงการนี้บ้างนะครับ