ในตอนที่ผมยังเป็นพนักงานและถูกส่งเข้าอบรมไม่ว่าจะเป็น Public หรือ Inhouse Training ก็ตาม
จะสังเกตว่าเมื่อเข้าสู่เนื้อหาการอบรม
วิทยากรแต่ละคนก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไป บางคนก็พูดเคร่งขรึมแบบนักวิชาการ
บ้างก็พูดแบบเฮฮาเหมือนดูทอล์กโชว์
บ้างก็พูดแบบวันแมนโชว์ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วม
บางคนก็ชอบส่งคำถามให้ผู้เข้าอบรมตอบ ฯลฯ
สิ่งที่ผมพบได้บ่อยในตอนนั้นคือวิทยากรส่วนใหญ่จะใช้เกมประกอบการอบรมเพื่อต้องการใช้เกมเหล่านั้นอธิบายโยงเข้ากับเนื้อหา
เช่น
หลักสูตรเทคนิคการสื่อสารก็จะมีเกมพรายกระซิบให้ผู้เข้าอบรมพูดข้อความหนึ่งแล้วบอกต่อกันไปเป็นทอด
ๆ จากคนหลังสุดไปถึงคนหน้าสุดของแถว
แล้วมาดูว่ายังเป็นข้อความเดียวกันอยู่หรือเปล่า
แล้ววิทยากรก็มาสรุปว่าจากเกมนี้เราเรียนรู้ว่าการสื่อสารที่บอกต่อกันเป็นทอด
ๆ แบบนี้จะมีปัญหาในการสื่อสารยังไงบ้างก็ให้ระวังการสื่อสารแบบพรายกระซิบ
เดี๋ยวนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเกมแบบนี้ยังเหมาะกับการอบรมหลักสูตรทำนองนี้อยู่ไหม
หรือยังมีวิทยากรคนไหนเล่นเกมนี้และสรุปแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า
อีกเรื่องหนึ่งที่วิทยากรหลายคนชอบใช้คือเวลาเล่นเกมเสร็จแล้วจะหาผู้เข้าอบรมที่ทำผิดพลาด
แล้วก็ทำโทษหน้าห้องอบรม
โดยให้ผู้เข้าอบรมทำท่าทำทางที่ดูน่าขำในสายตาของผู้เข้าอบรมและตัววิทยากรเอง เช่น
ให้คนที่แพ้เต้นไก่ย่างถูกเผา หรือทำท่าที่วิทยากรคิด (เอาเอง)
ว่าทำแบบนี้แล้วเด็ด ทุกคนต้องฮาแน่นอน
นับเป็นโชคดีของผมที่ตอนเป็นผู้เข้าอบรมไม่เคยถูกเป็นเหยื่อทำท่าทางประหลาด
ๆ หน้าห้องให้เพื่อฮา
แต่ผมเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มที่เห็นเพื่อนถูกทำโทษหน้าห้อง
แรก
ๆ เราก็ฮาเหมือนกับคนอื่น ๆ แหละครับ (ก็แหงล่ะเพราะเราไม่ได้เป็นคนที่ถูกทำโทษ)
แต่พอเจอการทำโทษแบบนี้ในหลาย ๆ หลักสูตรที่เข้าอบรม ได้เห็นสีหน้าแววตาของเพื่อนที่ถูกทำโทษหน้าห้องอบรมโดยเฉพาะเพื่อนที่เป็น
Introvert
จะรู้ได้เลยว่าเขาไม่ขำต้องจำใจทำแบบเก้
ๆ กัง ๆ และไม่อยากทำ
คำถามคือมีใครที่อยากให้ตัวเองแพ้จะได้โดนออกมาหน้าห้องเป็นตัวตลกให้เพื่อน
ๆ ขำทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกตลก อาย ไม่พอใจแต่ต้องพยายามข่มสีหน้าแววตาเอาไว้บ้าง
?
ในขณะที่วิทยากรก็ยังพูดแซวให้ผู้เข้าอบรมคนอื่นขำเพื่อสร้างมุกสร้างบรรยากาศให้สนุก
โดยอาจลืมไปว่าเราขำ
แต่คนที่ถูกกระทำเขาไม่ได้ขำไปด้วยทุกคน
วิทยากรอาจจะได้เรตติ้งดีจากผู้เข้าอบรมเมื่อมีการประเมินผลวิทยากรว่าสอนสนุก
เฮฮา ไม่น่าเบื่อ จะได้เอาไว้ไปอวดไปคุยไปโพสต่อได้ว่าฉันได้เรตติ้งดีฉันสอนสนุกนะ
แถมถ่ายรูปคนเข้าอบรมที่กำลังหัวเราะเพื่อนที่อยู่หน้าห้อง
บริษัทจะได้จ้างให้มาสอนในปีต่อ
ๆ ไปเพราะผลประเมินออกมาดี
ผมก็ไม่รู้นะครับว่าเดี๋ยวนี้ยังมีกิจกรรมทำโทษแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า
แต่เมื่อผมเปลี่ยนบทบาทจากผู้เข้าอบรมมาเป็นวิทยากรที่ยืนอยู่หน้าห้อง
ผมไม่เคยมีกิจกรรมทำโทษแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะยังจำแววตาของคนที่ถูกทำโทษหน้าห้องได้อยู่เสมอ
ถึงวิทยากรจะได้เรตติ้งดียังไงก็ตาม
แต่ถ้าผู้เข้าอบรมไม่ได้นำสิ่งที่เรียนรู้จากการอบรมไปใช้ในงานให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้จริง
ก็ยังเป็นความสูญเปล่าของการจัดฝึกอบรมอยู่ดี
สอนสนุกเฮฮามีอารมณ์ขันเป็นเรื่องดี
แต่ต้องไม่หลุดเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ที่สำคัญให้ผู้เรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ในงานได้จริงด้วย
ไม่ใช่สอนสนุกเฮฮาแต่พอจบการอบรมคนเข้าอบรมแค่รู้สึกเหมือนมาดูทอล์กโชว์แค่บันเทิงในวันนี้แล้วก็จบไป
ผมคิดว่าการที่ผู้เข้าอบรมสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาตัวเองให้เกิดความก้าวหน้า
มีผลงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สำคัญกว่าการได้เรตติ้งที่ดีของวิทยากร
ครูที่ดีต้องสอนให้ลูกศิษย์ก้าวหน้ามากกว่าที่จะสอนแค่เพื่อให้สนุกสนานเฮฮาในห้องเรียนแล้วก็จบกันไป
หรือเพียงเพื่อให้ตัวเองจะได้โล่ได้เหรียญครับ