วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

วิทยากรกับกิจกรรมในห้องอบรม ตอนที่ 2 กิจกรรมทำโทษไปต่อหรือพอแค่นี้

             ในตอนที่ผมยังเป็นพนักงานและถูกส่งเข้าอบรมไม่ว่าจะเป็น Public หรือ Inhouse Training ก็ตาม

จะสังเกตว่าเมื่อเข้าสู่เนื้อหาการอบรม วิทยากรแต่ละคนก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไป บางคนก็พูดเคร่งขรึมแบบนักวิชาการ บ้างก็พูดแบบเฮฮาเหมือนดูทอล์กโชว์ บ้างก็พูดแบบวันแมนโชว์ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วม บางคนก็ชอบส่งคำถามให้ผู้เข้าอบรมตอบ ฯลฯ

          สิ่งที่ผมพบได้บ่อยในตอนนั้นคือวิทยากรส่วนใหญ่จะใช้เกมประกอบการอบรมเพื่อต้องการใช้เกมเหล่านั้นอธิบายโยงเข้ากับเนื้อหา

            เช่น หลักสูตรเทคนิคการสื่อสารก็จะมีเกมพรายกระซิบให้ผู้เข้าอบรมพูดข้อความหนึ่งแล้วบอกต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากคนหลังสุดไปถึงคนหน้าสุดของแถว แล้วมาดูว่ายังเป็นข้อความเดียวกันอยู่หรือเปล่า

            แล้ววิทยากรก็มาสรุปว่าจากเกมนี้เราเรียนรู้ว่าการสื่อสารที่บอกต่อกันเป็นทอด ๆ แบบนี้จะมีปัญหาในการสื่อสารยังไงบ้างก็ให้ระวังการสื่อสารแบบพรายกระซิบ

            เดี๋ยวนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเกมแบบนี้ยังเหมาะกับการอบรมหลักสูตรทำนองนี้อยู่ไหม หรือยังมีวิทยากรคนไหนเล่นเกมนี้และสรุปแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า

            อีกเรื่องหนึ่งที่วิทยากรหลายคนชอบใช้คือเวลาเล่นเกมเสร็จแล้วจะหาผู้เข้าอบรมที่ทำผิดพลาด แล้วก็ทำโทษหน้าห้องอบรม โดยให้ผู้เข้าอบรมทำท่าทำทางที่ดูน่าขำในสายตาของผู้เข้าอบรมและตัววิทยากรเอง เช่น ให้คนที่แพ้เต้นไก่ย่างถูกเผา หรือทำท่าที่วิทยากรคิด (เอาเอง) ว่าทำแบบนี้แล้วเด็ด ทุกคนต้องฮาแน่นอน

            นับเป็นโชคดีของผมที่ตอนเป็นผู้เข้าอบรมไม่เคยถูกเป็นเหยื่อทำท่าทางประหลาด ๆ หน้าห้องให้เพื่อฮา

แต่ผมเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มที่เห็นเพื่อนถูกทำโทษหน้าห้อง

            แรก ๆ เราก็ฮาเหมือนกับคนอื่น ๆ แหละครับ (ก็แหงล่ะเพราะเราไม่ได้เป็นคนที่ถูกทำโทษ) แต่พอเจอการทำโทษแบบนี้ในหลาย ๆ หลักสูตรที่เข้าอบรม ได้เห็นสีหน้าแววตาของเพื่อนที่ถูกทำโทษหน้าห้องอบรมโดยเฉพาะเพื่อนที่เป็น Introvert

จะรู้ได้เลยว่าเขาไม่ขำต้องจำใจทำแบบเก้ ๆ กัง ๆ และไม่อยากทำ

คำถามคือมีใครที่อยากให้ตัวเองแพ้จะได้โดนออกมาหน้าห้องเป็นตัวตลกให้เพื่อน ๆ ขำทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกตลก อาย ไม่พอใจแต่ต้องพยายามข่มสีหน้าแววตาเอาไว้บ้าง ?

ในขณะที่วิทยากรก็ยังพูดแซวให้ผู้เข้าอบรมคนอื่นขำเพื่อสร้างมุกสร้างบรรยากาศให้สนุก

โดยอาจลืมไปว่าเราขำ แต่คนที่ถูกกระทำเขาไม่ได้ขำไปด้วยทุกคน

วิทยากรอาจจะได้เรตติ้งดีจากผู้เข้าอบรมเมื่อมีการประเมินผลวิทยากรว่าสอนสนุก เฮฮา ไม่น่าเบื่อ จะได้เอาไว้ไปอวดไปคุยไปโพสต่อได้ว่าฉันได้เรตติ้งดีฉันสอนสนุกนะ แถมถ่ายรูปคนเข้าอบรมที่กำลังหัวเราะเพื่อนที่อยู่หน้าห้อง

บริษัทจะได้จ้างให้มาสอนในปีต่อ ๆ ไปเพราะผลประเมินออกมาดี

ผมก็ไม่รู้นะครับว่าเดี๋ยวนี้ยังมีกิจกรรมทำโทษแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า

แต่เมื่อผมเปลี่ยนบทบาทจากผู้เข้าอบรมมาเป็นวิทยากรที่ยืนอยู่หน้าห้อง ผมไม่เคยมีกิจกรรมทำโทษแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เพราะยังจำแววตาของคนที่ถูกทำโทษหน้าห้องได้อยู่เสมอ

            ถึงวิทยากรจะได้เรตติ้งดียังไงก็ตาม แต่ถ้าผู้เข้าอบรมไม่ได้นำสิ่งที่เรียนรู้จากการอบรมไปใช้ในงานให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้จริง ก็ยังเป็นความสูญเปล่าของการจัดฝึกอบรมอยู่ดี

            สอนสนุกเฮฮามีอารมณ์ขันเป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่หลุดเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ที่สำคัญให้ผู้เรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ในงานได้จริงด้วย

ไม่ใช่สอนสนุกเฮฮาแต่พอจบการอบรมคนเข้าอบรมแค่รู้สึกเหมือนมาดูทอล์กโชว์แค่บันเทิงในวันนี้แล้วก็จบไป

            ผมคิดว่าการที่ผู้เข้าอบรมสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาตัวเองให้เกิดความก้าวหน้า มีผลงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สำคัญกว่าการได้เรตติ้งที่ดีของวิทยากร

ครูที่ดีต้องสอนให้ลูกศิษย์ก้าวหน้ามากกว่าที่จะสอนแค่เพื่อให้สนุกสนานเฮฮาในห้องเรียนแล้วก็จบกันไป หรือเพียงเพื่อให้ตัวเองจะได้โล่ได้เหรียญครับ