ผมเคยเขียนเรื่องบริษัทจัดกิจกรรมเที่ยวประจำปีทำไมพนักงานไม่อยากจะเข้าร่วมไปแล้ว ก็เลยมานึกถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับประสบการณ์ฝึกอบรมที่ผมเคยเจอมาตอนที่ยังเป็นพนักงานเป็นผู้เข้ารับการอบรม
ก็เรื่องของเกมและกิจกรรมในห้องอบรมเริ่มต้นคือการละลายพฤติกรรมนี่แหละครับ
เมื่อเริ่มการอบรมวิทยากรคงไม่อยากให้ผู้เข้าอบรมนั่ง
ๆ นิ่ง ๆ ซึม ๆ ในตอนเช้าก็เลยต้องมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมยามเช้า โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้เปิดใจในเบื้องต้นโดยมักจะใช้เวลาประมาณ
15 นาที แต่บางครั้งก็เลยเถิดไปถึงครึ่งชั่วโมงก็เคยมี
แม้จะเป็น
Inhouse
Training ที่พนักงานทุกคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร
แถมรู้ลึกกว่านั้นอีกว่าใครนิสัยเป็นยังไง ใครชอบใครเกลียดใคร
แต่ก็ยังต้องละลายพฤติกรรมก่อนการอบรม
หนักกว่านั้นวิทยากรมือใหม่บางคนก็ให้ผู้เข้าอบรมแนะนำตัวเองก่อนเริ่มอบรมทั้ง
ๆ ที่ทุกคนก็รู้จักกันอยู่แล้ว กว่าจะแนะนำตัวเองครบทุกคนก็เสียเวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที
ถ้ารวมเวลาที่ละลายพฤติกรรมก็เกิน 15 นาทีแน่นอน
ในความเห็นของผมถ้าจะยังคงมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมคงต้องตอบคำถามตามนี้อย่างมีเหตุผล
1.
หลักสูตรและเนื้อหาที่จะสอนเหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรมละลายพฤติกรรมหรือไม่
2.
แยกแยะหรือไม่ว่าหลักสูตรใดที่เหมาะกับกิจกรรมละลายพฤติกรรม
และหลักสูตรใดที่ไม่เหมาะ หรือจำเป็นต้องทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมทุกครั้งทุกหลักสูตรที่วิทยากรสอน
3.
เวลาทั้งหมดที่ต้องใช้ในการฝึกอบรมประมาณ 5 ชั่วโมง
(300 นาที) หักเวลาเบรคเวลาพักเที่ยง แล้วมาแบ่งให้เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมประมาณ
15 นาทีคิดเป็น 5% ของเวลาทั้งหมด พฤติกรรมของคนจะถูกละลายและจะเปิดใจยอมรับคนอื่นได้ภายในเวลาประมาณ
15 นาทีนี้ได้ จริงหรือไม่
4.
กิจกรรมละลายพฤติกรรมจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก
และจะมีผลทำให้การเรียนรู้ในเนื้อหาหลักนั้นได้ดีขึ้นหรือไม่
ถ้าตอบคำถามข้างต้นนี้จนแน่ใจแล้วว่ายังเหมาะสมและจำเป็นต้องมีกิจกรรมนี้อยู่ก็ทำต่อไป
แต่ถ้าทบทวนดูแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นก็เอาเวลานี้ไปสร้างกิจกรรมในเนื้อหาหลักให้เป็นประโยชน์กับผู้เข้าอบรมจะดีกว่าไหม
ก็เท่านั้น
ตัวอย่างเช่นผมสอนเรื่องกลยุทธ์การบริหารค่าจ้างเงินเดือน,
กลยุทธ์การปรับค่าจ้างเงินเดือน, การทำโครงสร้างเงินเดือน, การทำ Development
Roadmap, เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อการสัมภาษณ์, กฎหมายแรงงาน,
หัวหน้างานกับการบริหารลูกน้อง ฯลฯ
ผมก็ไม่ได้ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมนะครับ
เพราะตอบคำถามข้อ 1-4
แล้วเห็นว่าไม่เหมาะที่จะทำกิจกรรมประเภทนี้ก็เลยเอาเวลาไปสร้าง Workshop
เพิ่มให้ผู้เข้าอบรมทำในเวลาหลักจะมีประโยชน์มากกว่า
แต่นี่ก็เป็นเฉพาะตัวผมนะครับ
ถ้าเป็นหลักสูตรอื่นใดของใครที่นอกจากนี้ก็ต้องไปดูกันเอาเองว่าเหมาะหรือไม่เพราะเรื่องนี้คงไม่มีข้อสรุปที่ตายตัวแบบ
One
size fits all แบบชอบใครชอบมัน
ใครเห็นว่าดีก็ทำต่อไป
ใครที่เห็นว่าไม่เหมาะก็ไม่ต้องทำ
อะไรที่คนอื่นว่าดี
เราอาจจะว่าไม่ดี อะไรที่คนอื่นว่าไม่ดี เราอาจจะว่าดี นานาจิตตัง
ก็เท่านั้นแหละครับ