วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

วิทยากรกับกิจกรรมในห้องอบรม ตอนที่ 1 ละลายพฤติกรรมควรทำหรือไม่

             ผมเคยเขียนเรื่องบริษัทจัดกิจกรรมเที่ยวประจำปีทำไมพนักงานไม่อยากจะเข้าร่วมไปแล้ว ก็เลยมานึกถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับประสบการณ์ฝึกอบรมที่ผมเคยเจอมาตอนที่ยังเป็นพนักงานเป็นผู้เข้ารับการอบรม

            ก็เรื่องของเกมและกิจกรรมในห้องอบรมเริ่มต้นคือการละลายพฤติกรรมนี่แหละครับ

            เมื่อเริ่มการอบรมวิทยากรคงไม่อยากให้ผู้เข้าอบรมนั่ง ๆ นิ่ง ๆ ซึม ๆ ในตอนเช้าก็เลยต้องมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมยามเช้า โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้เปิดใจในเบื้องต้นโดยมักจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที แต่บางครั้งก็เลยเถิดไปถึงครึ่งชั่วโมงก็เคยมี

            แม้จะเป็น Inhouse Training ที่พนักงานทุกคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร แถมรู้ลึกกว่านั้นอีกว่าใครนิสัยเป็นยังไง ใครชอบใครเกลียดใคร แต่ก็ยังต้องละลายพฤติกรรมก่อนการอบรม

            หนักกว่านั้นวิทยากรมือใหม่บางคนก็ให้ผู้เข้าอบรมแนะนำตัวเองก่อนเริ่มอบรมทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็รู้จักกันอยู่แล้ว กว่าจะแนะนำตัวเองครบทุกคนก็เสียเวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที ถ้ารวมเวลาที่ละลายพฤติกรรมก็เกิน 15 นาทีแน่นอน

            ในความเห็นของผมถ้าจะยังคงมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมคงต้องตอบคำถามตามนี้อย่างมีเหตุผล

1.      หลักสูตรและเนื้อหาที่จะสอนเหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรมละลายพฤติกรรมหรือไม่

2.      แยกแยะหรือไม่ว่าหลักสูตรใดที่เหมาะกับกิจกรรมละลายพฤติกรรม และหลักสูตรใดที่ไม่เหมาะ หรือจำเป็นต้องทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมทุกครั้งทุกหลักสูตรที่วิทยากรสอน

3.      เวลาทั้งหมดที่ต้องใช้ในการฝึกอบรมประมาณ 5 ชั่วโมง (300 นาที) หักเวลาเบรคเวลาพักเที่ยง แล้วมาแบ่งให้เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมประมาณ 15 นาทีคิดเป็น 5% ของเวลาทั้งหมด พฤติกรรมของคนจะถูกละลายและจะเปิดใจยอมรับคนอื่นได้ภายในเวลาประมาณ 15 นาทีนี้ได้ จริงหรือไม่

4.      กิจกรรมละลายพฤติกรรมจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก และจะมีผลทำให้การเรียนรู้ในเนื้อหาหลักนั้นได้ดีขึ้นหรือไม่

ถ้าตอบคำถามข้างต้นนี้จนแน่ใจแล้วว่ายังเหมาะสมและจำเป็นต้องมีกิจกรรมนี้อยู่ก็ทำต่อไป

แต่ถ้าทบทวนดูแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นก็เอาเวลานี้ไปสร้างกิจกรรมในเนื้อหาหลักให้เป็นประโยชน์กับผู้เข้าอบรมจะดีกว่าไหม

ก็เท่านั้น

ตัวอย่างเช่นผมสอนเรื่องกลยุทธ์การบริหารค่าจ้างเงินเดือน, กลยุทธ์การปรับค่าจ้างเงินเดือน, การทำโครงสร้างเงินเดือน, การทำ Development Roadmap, เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อการสัมภาษณ์, กฎหมายแรงงาน, หัวหน้างานกับการบริหารลูกน้อง ฯลฯ

ผมก็ไม่ได้ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมนะครับ เพราะตอบคำถามข้อ 1-4 แล้วเห็นว่าไม่เหมาะที่จะทำกิจกรรมประเภทนี้ก็เลยเอาเวลาไปสร้าง Workshop เพิ่มให้ผู้เข้าอบรมทำในเวลาหลักจะมีประโยชน์มากกว่า

แต่นี่ก็เป็นเฉพาะตัวผมนะครับ ถ้าเป็นหลักสูตรอื่นใดของใครที่นอกจากนี้ก็ต้องไปดูกันเอาเองว่าเหมาะหรือไม่เพราะเรื่องนี้คงไม่มีข้อสรุปที่ตายตัวแบบ One size fits all แบบชอบใครชอบมัน

ใครเห็นว่าดีก็ทำต่อไป ใครที่เห็นว่าไม่เหมาะก็ไม่ต้องทำ

อะไรที่คนอื่นว่าดี เราอาจจะว่าไม่ดี อะไรที่คนอื่นว่าไม่ดี เราอาจจะว่าดี นานาจิตตัง

ก็เท่านั้นแหละครับ