คำถามที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ในชีวิตการทำงานจริงก็ตอบไม่ง่ายนะครับ เพราะคำว่าลูกน้องมีปัญหาน่ะมันมีรายละเอียดบริบทเกี่ยวกับปัญหาของลูกน้องแต่ละคนที่แตกต่างกันไป
ถ้าจะตอบรวม ๆ แบบกำปั้นทุบดินว่าถ้าลูกน้องมีปัญหาก็จัดการไปเลยสิ
ว่ากล่าวตักเตือนไปเลยหรือถ้ามีปัญหามากนักก็ไล่ออกไปเลย
ตอบมาแบบข้างต้นก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ
แต่การปฏิบัติในรายละเอียดจำเป็นต้องคิดถึงผลจากการตัดสินใจ Take action ของหัวหน้าในอนาคตที่ถ้าลูกน้องเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนแรงงานเขตหรือไปฟ้องศาลแรงงานเอาไว้ด้วย
ไม่งั้นจะกลายเป็นแก้ปัญหานี้แล้วไปสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าในอนาคตนะครับ
ในมุมมองของผม
ลูกน้องที่มีปัญหาจะมีอยู่ 2 ประเภท
ประเภทแรกคือพฤติกรรมการทำงานมีปัญหา เช่น
มาสายเป็นนิจ ลากิจสม่ำเสมอ หัวหน้าเผลอก็โดดงาน ขาดความรับผิดชอบ เตือนก็แล้วให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงตัวก็แล้วก็ไม่ดีขึ้น
ฯลฯ
ประเภทที่สองคือผลงานมีปัญหา คืองานที่รับผิดชอบผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง
สั่งงานไปแล้วว่าต้องเสร็จเมื่อไหร่ก็ไม่เสร็จตามที่ตกลงกัน ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย
ฯลฯ ซึ่งผลงานมีปัญหาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย
1.
เกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่มีปัญหา และ
2.
เกิดจากการที่ลูกน้องขาดความรู้ความเข้าใจหรือขาดทักษะหรือขาดประสบการณ์ในงานที่รับมอบหมายหรือขาด
How
to ทำงานให้บรรลุผลได้ตามเป้าหมาย
แล้วควรแก้ยังไง ?
ลูกน้องที่มีปัญหาประเภทแรก หัวหน้าควรทำตามนี้
1.
ดำเนินการทางวินัยกับลูกน้องที่มีพฤติกรรมการทำงานมีปัญหาตามข้อบังคับการทำงาน
(โดยต้องขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทาง HR) เช่น เมื่อลูกน้องขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหัวหน้าก็ต้องตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไปตามข้อบังคับการทำงานไปจนถึงการตักเตือนเป็นครั้งสุดท้ายไม่ให้ขาดงานอย่างนี้ซ้ำอีกถ้าผิดซ้ำคำเตือนจะถูกเลิกจ้าง
เป็นต้น
2.
หัวหน้าต้องมีภาวะผู้นำและ “กล้า” ที่จะต้องแสดงบทบาทของผู้บังคับบัญชาในการว่ากล่าวตักเตือนลูกน้องที่มีปัญหาพฤติกรรมการทำงาน
ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนอื่น ๆ
ได้เห็นว่าหัวหน้าเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้
3.
ถ้าหัวหน้าไม่กล้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนลูกน้องที่มีปัญหาพฤติกรรมการทำงานไม่เหมาะสม
ลูกน้องที่ดี ๆ ก็จะเห็นว่าไม่เป็นธรรม คนทำงานดีก็จะเริ่มท้อใจ หาทางขอย้ายหรือลาออก
ในที่สุดหน่วยงานนี้ก็จะเป็นแหล่งรวมของลูกน้องที่มีปัญหา
4.
HR
ควรให้คำแนะนำหรือ Inhouse Training ในเรื่องการดำเนินการทางวินัยให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานให้หัวหน้าทุกหน่วยงานรู้
How to ตักเตือนลูกน้อง และการทำ Document Support ที่ถูกต้องครบถ้วนที่หัวหน้าต้องทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกพนักงานฟ้องหรือร้องเรียนในอนาคต
ลูกน้องประเภทที่สอง
ควรทำตามนี้
1.
หัวหน้าควรจะต้องมีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจน
มีหลักฐานที่อ้างอิงได้ว่าลูกน้องทำงานไม่ดีมีปัญหานั้น
ทำงานไม่ดียังไงมีปัญหามากน้อยแค่ไหน
ซึ่งเอกสารเหล่านี้ควรมีการระบุเป้าหมายให้ชัดเจนมีการติดตามและแจ้งผลรวมถึงมีการเซ็นชื่อรับทราบผลการทำงานของทั้งหัวหน้าและลูกน้อง
2.
บริษัทควรจะมีการทำหนังสือตักเตือนพนักงานเรื่องผลการปฏิบัติงานที่มีปัญหาและให้โอกาสลูกน้องปรับปรุงแก้ไขแล้วมีการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิด
ถ้าผลงานดีขึ้นปัญหาลดลงก็เป็นเรื่องที่ดีกับทั้งหัวหน้า ลูกน้อง และทีมงาน
3.
แต่ถ้าหลังจากทำตามข้อ 1 และ
2 แล้วผลงานไม่ดีขึ้นปัญหาหนักมากขึ้นจนถึงขั้นจำเป็นต้องเลิกจ้าง
บริษัทก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชย, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้องตามกฎหมายจะโมเมไม่จ่ายไม่ได้นะครับ
และต้องแน่ใจว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งรังแกกัน
4.
ลูกน้องอาจนำเรื่องนี้ไปฟ้องศาลแรงงานในประเด็นถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้
ซึ่งถ้าบริษัทไหนไม่มีการเตรียมการเตรียมข้อมูลหลักฐานที่ดีชัดเจนตามข้อ 1 และ
2 ข้างต้นก็อาจจะแพ้คดีในเรื่องนี้ได้
5.
ถ้าบริษัทมีหลักฐานชัดเจนตามข้อ 1 และ
2 ไปพิสูจน์ให้ศาลท่านเห็นคล้อยตามได้ก็ยังดีกว่าไม่มีหลักฐานอะไรไปแสดง
6.
ควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับลูกน้องอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุด้วยผลไม่ใช้อารมณ์ให้จบได้ด้วยดีเพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้องจะไปฟ้องร้อง
วิธีปฏิบัติตั้งแต่ข้อ
1
ถึงข้อ 6 นี้สามารถนำไปใช้กับการแก้ปัญหาสำหรับลูกน้องในประเภทแรกได้ด้วย
จึงสรุปได้ว่าถ้าหากถึงขั้นที่บริษัทจะเลิกจ้างเนื่องจากลูกน้องผลงานไม่ดี
ยังไงก็ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าบริษัทมี Document Support ที่ดีเพียงพอก็จะทำให้ไม่ต้องมาจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากถูกฟ้องเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมครับ