ถ้าว่ากันตามกฎหมายแรงงานแล้วการปรับค่าจ้างเงินเดือนเป็นสิทธิของนายจ้างนะครับ บริษัทจะปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงานก็ได้ไม่ขึ้นให้ก็ได้ จะมีค่าภาษาให้หรือไม่มีก็ได้ จะให้ค่าตำแหน่งหรือไม่ให้ก็ได้ หรือเมื่อบริษัท Promote พนักงานให้รับตำแหน่งสูงขึ้นบริษัทจะไม่ปรับขึ้นเงินเดือนให้ก็ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องปรับขึ้นค่าตอบแทนเหล่านี้ให้แก่ลูกจ้าง
แต่ในความเป็นจริงบริษัทต่าง
ๆ ก็มีการปรับขึ้นค่าตอบแทนให้กับพนักงานในโอกาสที่ควรจะปรับแหละครับ
ส่วนจะปรับให้มากหรือน้อยก็แล้วแต่นโยบายและขีดความสามารถในการจ่ายของแต่ละบริษัท
จากปัญหาที่เจอมาในหลายบริษัทผมก็เลยมีข้อคิดว่าก่อนที่บริษัทจะมีการปรับค่าตอบแทนให้กับพนักงานนั้นควรจะต้องคิดถึงเรื่องอะไรบ้างเผื่อจะเป็นเช็คลิสต์เพื่อลดปัญหาในการปรับค่าตอบแทนดังนี้ครับ
1.
การปรับค่าตอบแทนนั้นเป็นแบบไหน เช่น ปรับขึ้นเงินเดือนเนื่องจากได้รับการ
Promote
และมีการให้ค่าตำแหน่งเพิ่มให้อีก หรือ บริษัทมีการปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิใหม่จนทำให้เงินเดือนคนใหม่เข้าใกล้คนเก่าที่เข้ามาด้วยอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิเดิม
ก็เลยต้องมีการปรับเงินเดือนคนเก่าเพื่อหนีคนใหม่
2.
ใครบ้างที่จะได้รับการปรับ
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะปรับค่าตอบแทนคือใคร เพราะถ้า Target Group ยังไม่ชัดยังเปะปะมันก็จะมีผลกระทบไปอีกหลายเรื่องเลยครับ
3.
หลักเกณฑ์และวิธีการในการปรับมีอะไรบ้าง มีหลายบริษัทที่ไม่กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าพนักงานที่มีคุณสมบัติแบบไหนถึงจะอยู่ในข่ายที่จะได้รับการปรับ
หรือไม่บอกหลักการวิธีการหรือสูตรที่ใช้ในการปรับที่ชัดเจนก็จะมีปัญหาตามมาเป็นดราม่าอีกเหมือนกันนะครับ
4.
งบประมาณในการปรับต้องชัดเจน
เมื่อทราบว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร เหตุผลในการปรับคืออะไร หลักเกณฑ์และวิธีการปรับเป็นยังไงแล้ว
ก็ต้องทำงบประมาณที่จะต้องใช้ในการปรับออกมาเพื่อประกอบการขออนุมัติงบประมาณกับบอร์ด
(กรรมการบริหารหรือกรรมการบริษัท)
โดยงบประมาณจะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนทั้งรายหน่วยงานและภาพรวมทั้งบริษัท
5.
การแจ้งพนักงานและตอบข้อสงสัย
อันนี้ก็สำคัญนะครับคือต้องเตรียมหนังสือแจ้งการปรับให้พนักงานทราบโดยระบุเหตุผลในการปรับ
จำนวนเงินที่ปรับ ข้อความที่ทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่ดีกับบริษัท
รวมไปถึงเตรียมตอบคำถามกับพนักงานที่ไม่ได้ปรับ (ถ้ามี)
6.
ทำให้ถูกกฎหมายแรงงาน ตรงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลยนะครับ
Com
& Ben จะต้องรู้ว่าค่าตอบแทนที่ปรับให้กับพนักงานนั้น
ตัวใดเป็นค่าจ้างหรือไม่ใช่ค่าจ้าง
ถ้าตัวใดเป็นค่าจ้างก็ต้องนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณสิทธิประโยชน์ให้กับพนักงานให้ถูกต้อง
เช่น ใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าโอที ค่าชดเชย ค่าตกใจ เงินสมทบส่งประกันสังคม ด้วยนะครับ
พูดถึงเรื่องที่ควรจะต้องคิดเมื่อจะต้องปรับค่าตอบแทนไปแล้วก็อย่าลืมกฎทองในการให้ค่าตอบแทนที่ผมเคยบอกไว้คือ ก่อนจะให้ต้องคิดให้ดี เพราะให้แล้วเอาคืนไม่ได้ ควรให้ก่อนที่จะถูกเรียกร้อง และให้แล้วต้องเป็นบุญคุณ ไม่งั้นการให้ครั้งนั้น ๆ จะสูญเปล่าครับ