วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566

วินัย การเป็นตัวอย่างที่ดีกับความน่าเชื่อถือ

           คุณพ่อที่สอนลูกอยากให้เป็นเด็กดีมีวินัยเคารพกฎกติกาอยู่ทุกวัน แต่ทุกเช้าเย็นพ่อก็ให้ลูกซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ย้อนศร, ฝ่าไฟแดง, ขึ้นฟุตบาทตั้งแต่เล็กจนโตจนลูกเห็นสิ่งผิด ๆ ที่พ่อทำกลายเป็นสิ่งที่ถูกและเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

เมื่อโตขึ้นลูกจะมีวินัยและเคารพกฎหมายหรือไม่ ?

คุณแม่สอนลูกอยากให้มีจิตสำนึกสาธารณะรู้จักเกรงอกเกรงใจคนอื่นรู้จักการเข้าคิว แต่กลับชอบแซงคิวจ่ายเงินเวลาซื้อของให้ลูกเห็นอยู่เป็นประจำ

ลูกจะเป็นยังไง?

          หัวหน้าที่มาทำงานสายเป็นประจำแล้วจะต้องเรียกลูกน้องที่มาสายมาว่ากล่าวตักเตือน ลูกน้องจะเชื่อถือและยอมรับไหม

          หัวหน้าสั่งให้ลูกน้องต้องติดป้ายชื่อและสวมหน้ากากนิรภัยเมื่อเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน แต่ตัวเองไม่เคยทำอย่างนั้นให้ลูกน้องเห็น ลูกน้องจะรู้สึกยังไง

          ลูกน้องจะคิดยังไงถ้าหัวหน้าบอกในที่ประชุมทีมงานว่าถ้าใครขายของออนไลน์ในเวลางานบริษัทจะถือเป็นความผิดร้ายแรง ในขณะที่หัวหน้าโทรสั่งซื้อขายหุ้นของตัวเองในเวลางาน

         เมื่อไหร่เราพูดคนจะฟัง แต่คนจะเชื่อสิ่งที่เราพูดเมื่อเราลงมือทำจริงให้เห็นเป็นตัวอย่าง

          แต่ถ้าพูดอย่าง..ทำอีกอย่างใครจะไปเชื่อมั่น ศรัทธา ยอมรับ

         “วินัย” จึงเป็นเรื่องจำเป็นจะต้องมีในตัวของผู้นำทีมงาน

          เมื่อพูดไปแล้วและทำได้ตามที่พูดจะยิ่งสร้างความศรัทธา เชื่อมั่น เชื่อถือ และยอมรับจากคนรอบข้าง

          แต่ถ้าใครไม่มีวินัยพูดอย่างทำอีกอย่างและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็นเมื่อไหร่ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการล้มละลายทางความศรัทธาความเชื่อถือเชื่อมั่นจากคนรอบข้าง

         ความมีวินัยกับการตั้งใจทำจริงให้เป็นตัวอย่างที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำทุกคน

ตอนหนึ่งจากหนังสือ "กระตุกต่อมคิดชีวิตคนทำงาน" ดาวน์โหลด https://www.dropbox.com/s/xlfhf6uf9277luj/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.pdf?dl=0




วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ถ้าบอกว่าโครงสร้างเงินเดือนเป็นความลับจะอธิบายให้พนักงานรู้และเข้าใจได้ยังไง

       ผมแนะนำให้ HR ทำโครงสร้างเงินเดือนขึ้นมาโดยกำหนดค่า Min-Max แบบสมมุติขึ้นมาในแต่ละ Job Grade และอธิบายโครงสร้างเงินเดือนสมมุตินี้ให้พนักงานรู้ที่มาที่ไปของโครงสร้างเงินเดือนนี้ 

      รวมถึงอธิบายหลักและนโยบายในการบริหารโครงสร้างเงินเดือนนี้ให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานทุกฝ่ายเข้าใจและเกิดความมั่นใจว่าบริษัทมีการดูแลเรื่องค่าจ้างเงินเดือนโดยเปรียบเทียบการจ่ายค่าตอบแทนของบริษัทที่ไม่ต่ำกว่าตลาด และมีกติกาในการบริหารเงินเดือนที่เป็นมาตรฐานมีความเป็นมืออาชีพ  มีความเป็นธรรม และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ยังไงบ้าง

      เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ HR จะต้องมีการสื่อสารให้พนักงานรับทราบและเข้าใจตรงกันครับ

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ภาพจำลองการปรับอัตราเริ่มต้นใหม่ตามคุณวุฒิเพื่อหนีผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 600 บาทภายในปี 2570

          มาตามสัญญาครับ

            ที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะทำภาพจำลองผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 600 บาทภายในปี 2570 และมีการพูดถึงอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปริญญาตรีสำหรับคนจบใหม่จะเป็นเดือนละ 25,000 บาทไปพร้อมกัน

            เนื่องจากยังมีคนเข้าใจเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำกับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปริญญาตรีสับสนกันอยู่ผมก็เลยขอถือโอกาสอธิบายให้เข้าใจตรงกันอย่างนี้

1.      การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประกาศโดยกระทรวงแรงงาน จะมีผลใช้บังคับกับนายจ้างที่จะต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าที่กระทรวงแรงงานประกาศ ถ้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

2.      ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราการจ่ายต่อวันวันต้องไม่ต่ำกว่าที่กระทรวงแรงงานประกาศ

3.      นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายให้กับลูกจ้างไม่เฉพาะลูกจ้างคนไทยนะครับ แม้แต่ลูกจ้างต่างด้าวถ้าขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องจ่ายให้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ถ้าจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำให้กับลูกจ้างต่างด้าว (ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง) ต่ำกว่าลูกจ้างคนไทยนายจ้างจะได้รับโทษตามข้อ 1 ครับ

ส่วนอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปริญญาตรีที่พรรคการเมืองหาเสียงกันว่าจะให้เดือนละ 25,000 บาทนั้น รัฐบาล (โดยกระทรวงแรงงาน) จะมาบังคับให้บริษัทต่าง ๆ จ่ายคงไม่ได้ เพราะบริบทของอัตราเริ่มต้นตามวุฒิกับค่าจ้างขั้นต่ำไม่เหมือนกัน

แต่การที่อัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปริญญาตรีจะขยับเพิ่มขึ้นนั้น มันเกิดจากผลกระทบของการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่างหาก !!

อย่าว่าแต่คุณวุฒิปริญญาตรีเลยครับ ผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่คุณวุฒิปวช.,ปวส.มาจนถึงปริญญาตรี ปริญญาโท, ปริญญาเอก (ถ้าองค์กรรับปริญญาเอกจบใหม่)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำจากวันละ 353 บาท (เพื่อให้คิดง่าย ๆ ผมเอา 30 คูณให้เป็นรายเดือนคือเดือนละ 10,590 บาท) สมมุติอัตราเริ่มต้นตามวุฒิปวช.คือ 11,500 บาท ปวส.13,000 บาท ปริญญาตรี 15,000 บาท

เมื่อมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 402 บาท (ปรับขึ้น 14% คิดเป็นเดือนละ 12,060 บาท)

ถามว่าเราไม่ปรับอัตราเริ่มต้นตามวุฒิปวช.,ปวส.,ปริญญาตรี, ปริญญาโท ได้ไหม ?

คำตอบคือ “ได้” ครับ กระทรวงแรงงานมาบังคับให้เราปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิไม่ได้ก็จริง แต่ท่านจะเห็นว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะแซงอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปวช.

ถ้าบริษัทไม่ปรับปวช.และคุณวุฒิอื่น ๆ หนี มันจะสมเหตุสมผลไหมครับ ?

ถ้าคู่แข่งเขาปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิหนีค่าจ้างขั้นต่ำแล้วบริษัทเราไม่ปรับ จะมีน้อง ๆ จบใหม่มาทำงานกับเราไหม ?

เมื่อเป็นอย่างนี้มันก็เลยเป็นความจำเป็นต้องปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิเพื่อหนีค่าจ้างขั้นต่ำไปโดยปริยายแหละครับ

ผมก็เลยทำตารางจำลองการปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิเพื่อหนีผลกระทบการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการปรับขึ้นในปีหน้า (2567) โดยมีเป้าหมายในปี 2570 จะเป็นวันละ 600 บาท

วิธีคิดการปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิหนีค่าจ้างขั้นตามตามภาพข้างล่างนี้ผมใช้วิธีนำเปอร์เซ็นต์การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแต่ละครั้งคูณอัตราเริ่มต้นตามวุฒิต่าง ๆ เข้าไปตรง ๆ นะครับ

ซึ่งในวิธีการปรับแบบนี้ถือว่าเป็นวิธีการปรับแบบ “ทื่อ” มากที่สุด และเป็นการปรับปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ถ้าหากจะปรับแบบเป็นขยัก (หรือแบบมีชานพัก) เช่น ปีละ 2 ครั้งก็จะทำให้เปอร์เซ็นต์ในการปรับเฉลี่ย 14% ต่อปีลดลง

ทั้งหมดที่ผมเล่ามานี้ก็น่าจะพอเป็น Benchmark ให้ชาว Com & Ben หาวิธีปรับแบบอื่นมาเทียบเคียงแล้วดูกันเอาเองนะครับว่าวิธีการปรับแบบไหนจะเหมาะกับองค์กรของท่านมากที่สุด และบริษัทของท่านมีขีดความสามารถในการจ่ายไหวต่อไปครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะพอเป็นไอเดียให้ท่านเอาไปคิดต่อยอดให้เป็นประโยชน์กับบริษัทของท่านนะครับ






วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คนกับต้นไม้

           บริษัทแห่งหนึ่งซื้อตัวนาย A มาทำงานด้วยค่าตัวที่แพง เพราะนาย A มีชื่อเสียงกิติศัพท์ที่โด่งดังในวงการว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งในงานแบบนี้ที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญชำนาญแบบหาตัวจับยาก

          แน่นอนว่าผู้บริหารของบริษัทแห่งนี้ก็ต้องมีความคาดหวังว่านาย A จะต้องสร้างผลงานออกมาได้สมราคาที่จ้างมา

          แต่....

          เมื่อเวลาผ่านไปผู้บริหารพบว่าสิ่งที่คิดสิ่งที่หวังไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้

          นาย A ทำงานแบบผิดฟอร์มไม่เห็นสมราคาเหมือนกับที่ใครๆเขายกหัวแม่โป้งกันเลย

          ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

          ผมว่าคนก็เหมือนกับต้นไม้แหละครับ

          ต้นไม้บางต้นจะเติบโต มีดอกออกผลสมราคาค่าตัวได้ก็ต้องอยู่ในร่มแดดรำไรมีไม้ใหญ่คุ้มแสงแดดที่แรงกล้าเอาไว้ ต้องให้น้ำใส่ปุ๋ยพรวนดินสม่ำเสมอ ถ้าปลูกอยู่กลางแดดร้อนลมแรงล่ะแห้งตายแหงแก๋

          แต่ต้นไม้บางต้นต้องอยู่ท่ามกลางแดดร้อนลมแรง น้ำไม่ต้องมาก ไม่ต้องดูแลมากนัก เพราะถ้าให้น้ำมากไปหรือปลูกอยู่ในร่มก็คงไม่รอด

          สำคัญคือตอนบริษัทจะจ้างนาย A เข้ามาน่ะ

          บริษัทดูดีแล้วหรือยังว่านาย A เป็นต้นไม้แบบไหน?

          แล้วบริษัทมีสภาพแวดล้อมแบบไหน?

          หลายปีที่แล้วผมไปเที่ยวเชียงใหม่ในหน้าหนาวที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ไปเจอกับเพื่อนผมที่เป็นผู้บริหารโดยบังเอิญ ก่อนผมกลับเขาเอาต้นทิวลิปออกดอกสวยงามจากเรือนกระจกมาให้ผมหนึ่งกระถางแล้วบอกให้เอากลับมาบ้านเป็นที่ระลึก

          ผมก็บอกขอบคุณเขาไปและบอกให้เขาเอากลับไปไว้ในโรงเลี้ยงเรือนกระจกตามเดิมจะดีกว่า เพราะแม้ผมอยากจะได้ทิวลิปดอกสวยต้นนี้มาแค่ไหน ถ้าเอามาปลูกที่บ้านผมมันก็คงเหี่ยวตายแหงแก๋

          คนจึงเหมือนกับต้นไม้ในความคิดของผมด้วยประการฉะนี้

ตอนหนึ่งจากหนังสือกระตุกต่อมคิดชีวิตคนทำงาน ดาวน์โหลดได้ที่

https://www.dropbox.com/s/xlfhf6uf9277luj/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.pdf?dl=0


วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ค่าจ้างขั้นต่ำครั้งใหม่จะปรับเดือนไหน ?

ตามที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคเคยหาเสียงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเอาไว้ ตอนนี้ก็เลยเริ่มมีการถามกันว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะปรับเมื่อไหร่

ผมก็เลยขอนำเอาสถิติเกี่ยวกับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำย้อนหลัง 16 ปี (พ.ศ.2550-2566) มาให้ดูว่าที่ผ่านมาเรามีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำกันในเดือนไหนมากที่สุด คงต้องบอกไว้ก่อนว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งใหม่อาจไม่เป็นไปตามสถิติในอดีตก็ได้นะครับ 

ข้อมูลสถิติในอดีตเป็นเพียง Probability เพื่อพยากรณ์ความน่าจะเป็นในการปรับสำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือชาว Com & Ben และผู้บริหารจะได้เตรียมตัวรับมือ ซึ่งผมจะทะยอยเขียนเรื่องเหล่านี้ เช่น ถ้าจะปรับเงินเดือนคนจบใหม่ปริญญาตรีเป็น 25,000 บาท จะมีแนวโน้มที่จะทำกันแบบไหนยังไงและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นผลกระทบต่าง ๆ ฯลฯ  เพื่อเป็นข้อมูลและแนวคิดสำหรับผู้เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ

รอติดตามด้วยใจระทึก 5555 




พนักงานรายวันหรือพนักงานชั่วคราวจะมีโครงสร้างเงินเดือนเหมือนกับพนักงานในตำแหน่งอื่นหรือไม่

       จากประสบการณ์ที่ผมทำมาผมจะแยกพนักงานชั่วคราว, พนักงานรายวัน หรือพนักงานที่ไม่มี Career Path ออกจากโครงสร้างเงินเดือนของบริษัท คือจะไม่นำเข้าไปอยู่ใน Job Grade และกระบอกเงินเดือนในภาพรวมของบริษัท (คือไม่นำไปรวมกับตำแหน่งอื่น ๆ ในบริษัทนั่นแหละครับ) 

       เนื่องจากพนักงานในตำแหน่งดังกล่าวมักจะเป็นลักษณะงานแบบ Unskilled labour ใช้เวลาฝึกสอนไม่นานก็สามารถหาคนมาทำแทนได้, ไม่มี Career Path เพราะไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งให้มีความก้าวหน้าสูงขึ้นไปใน Job Grade ถัดขึ้นไปได้

            ดังนั้น พนักงานในกลุ่มนี้ผมจะทำโครงสร้างการจ่ายค่าจ้างแยกต่างหากจากโครงสร้างเงินเดือนของบริษัท แต่จะมีการกำหนด Min-Max ในกลุ่มงานนี้ด้วยว่าบริษัทจะจ้างเข้ามาไม่ต่ำกว่ากี่บาท และจ้างสูงสุดไม่เกินกี่บาท เป็นต้น

วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ชีวิตลิขิตเองความก้าวหน้าของเรา..อย่าให้ใครเอาไป

        อย่าหงุดหงิดเมื่อได้รับการขึ้นเงินเดือนให้น้อยกว่าที่เราคาดหวัง

อย่าโวยวายฝ่ายบริหารเมื่อจ่ายโบนัสให้เราน้อยหรือไม่ได้โบนัส

       อย่าเสียใจที่ถูกประเมินผลงานไม่ได้ดีทั้ง ๆ ที่คิดว่าเราก็ทำเต็มที่แล้ว

       อย่าเสียเวลาคิดว่าทำไมเราถึงไม่ได้เลื่อนตำแหน่งสักที ทำงานมาก็ตั้งหลายปีแล้ว ฯลฯ

       การคิดวนเวียนเหมือนพายเรือในอ่างและการก่นด่าไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ไม่ได้ทำให้คุณค่าในตัวเราเพิ่มขึ้น

     การด่าหัวหน้า ด่าบริษัทที่ขึ้นเงินเดือนให้เราน้อย จ่ายโบนัสให้เราน้อย ไม่ Promote เรา ฯลฯ ก็ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

         คงไม่มีใครได้เงินเดือนเพิ่ม ได้โบนัสเพิ่มขึ้น หรือได้รับการ Promote เพราะด่านาย ด่าองค์กร

       แทนที่จะเสียเวลาด่าว่าไม่ได้รับความยุติธรรม สู้เอาเวลามาคิดทบทวนดูอย่างไม่เข้าข้างตัวเองดีไหม ว่าเรามีผลงานมีความสามารถอะไรอยู่บ้าง และมีความสามารถเหล่านั้นอยู่มากน้อยแค่ไหน จะหาวิธีพัฒนาให้มากขึ้นยังไง

     งานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มัน "ใช่" หรือไม่

       ตอนนี้เราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา ตรงกับความสามารถที่เรามีหรือเปล่า ?

       ถ้ามั่นใจว่าเรามีคุณค่าและมีศักยภาพมากกว่าที่หัวหน้าประเมินเรา ก็คงถึงเวลาที่เรือเล็กควรออกจากฝั่งเพื่อพิสูจน์คุณค่าในตัวเองได้แล้ว

       และเมื่อผ่านจุดนี้ไปได้ในอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้าเมื่อมองย้อนกลับมา เราอาจจะนึกขอบคุณหัวหน้าที่ไม่เห็นคุณค่าของเราในวันนั้นทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในวันนี้เสียด้วยซ้ำ !!

     เพราะความก้าวหน้าและความมั่นคงของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าหรือองค์กรหรือใคร

แต่ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองต่างหาก

แต่ถ้าเราไม่มีความสามารถและไม่มีของจริงอยู่กับตัวแล้ว แม้จะมีคนอื่นมาดันยังไงก็คงเป็นความมั่นคงก้าวหน้าแบบปลอม ๆ ไม่จีรัง

       ความก้าวหน้าของเราอย่าให้ใครมาเอาไป

       คำถามคือ..เราพัฒนาตัวเองให้มีความพร้อมที่จะลิขิตชีวิตตัวเองแล้วหรือยัง ?

จากหนังสือ "กระตุกต่อมคิดชีวิตคนทำงาน"

 https://www.dropbox.com/s/xlfhf6uf9277luj/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.pdf?dl=0