วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

เทคนิคการปรับค่าจ้างเงินเดือนในยุคของแพง (ออนไลน์อ่านซูม) วันที่ 29 กย.65

 หลักสูตรนี้เน้นลงมือทำ 70% เพื่อเตรียมตัวรับผลกระทบในยุคของแพงค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมา 5% ว่าจะมีวิธีการปรับ 16 วิธีที่เป็นไอเดียในการนำไปประยุกต์ใช้ในบริษัทของเรา

มี Workshop วิธีการปรับยกโครงสร้างเงินเดือนเมือถูกผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำหรือเมื่อตลาดมีการปรับค่าจ้างเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น

จัดโดย HR Center โทร 02-736-2245-7 ครับ




วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565

เรามีวิธีปรับเงินเดือนคนเก่าหนีผลกระทบคนใหม่แบบไหนกันบ้าง ?

             เมื่อมีการปรับขึ้นเงินเดือนคนที่เข้าทำงานใหม่ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศโดยกระทรวงแรงงาน หรือการที่บริษัทปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิสำหรับการจ้างคนเข้าใหม่เพื่อหนีผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หรือปรับเพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดเพื่อจูงใจคนจบใหม่ให้อยากมาทำงานกับบริษัทก็ตาม

            แน่นอนว่าบริษัทก็ต้องคิดถึงคนเก่าที่เข้ามาก่อนเหมือนกันนะครับว่าควรจะต้องปรับขึ้นค่าจ้างเงินเดือนคนเก่าที่เข้ามาก่อนที่จ้างมาด้วยอัตราการจ้างเดิมด้วยหรือไม่ เพราะถ้าไม่ปรับให้ก็อาจจะทำให้คนเก่าที่มีฝีมือ รู้งานดีลาออกไปได้

            จึงเป็นที่มาของสูตรที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ว่าจะมีวิธีการปรับคนเก่ายังไงกันบ้างตามนี้ครับ

วิธีที่ 1 : ปรับเงินเดือนเฉพาะพนักงานใหม่โดยไม่ต้องปรับให้กับพนักงานเก่า

วิธีนี้มักจะใช้กับบางกรณี เช่น กรณีที่มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจาก 331 เป็น 353 บาทต่อวัน บริษัทก็ไม่ต้องปรับค่าจ้างให้คนเก่าที่เข้ามาก่อน โดยคิดว่าถ้าหากพนักงานเก่าที่ทำงานมาก่อนไม่พอใจแล้วลาออกไป บริษัทก็สามารถหาคนใหม่มาทำงานแทนแล้วใช้เวลาในการฝึกสอนงานน้องใหม่ไม่นานก็สามารถทำแทนคนเก่าที่ลาออกไปได้ แต่การเลือกใช้วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับงานที่ต้องการประสบการณ์ทำงานที่จะต้องใช้เวลาในการสร้างทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถในงานนะครับ

วิธีที่ 2 : ปรับเงินเดือนพนักงานเก่าทุกคนเท่าเงินเดือนที่เพิ่มให้พนักงานใหม่

วิธีปรับเงินเดือนแบบนี้ไม่ต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน แถมทำแบบตรงไปตรงมาตามหัวข้อคือบริษัทปรับเงินเดือนให้กับพนักงานเก่าทุกคนเพื่อให้เงินเดือนสูงกว่าพนักงานที่จะเข้ามาใหม่ในอัตราเดียวกับที่พนักงานใหม่ได้ปรับ เช่น บริษัทจะปรับเงินเดือนพนักงานจบปริญญาตรีเข้าใหม่จากเดิม 16,000 บาท เป็น 17,000  บาท

บริษัทก็จะปรับเงินเดือนพนักงานเก่าที่จบปริญญาตรีที่เข้ามาก่อนหน้านี้ในอัตราคนละ 1,000 บาทเท่ากันทุกคน ซึ่งแน่นอนว่าวิธีนี้พนักงานเก่าจะแฮ๊ปปี้และรู้สึกว่ายุติธรรม

วิธีนี้เรียกอีกอย่างหนี่งว่าเป็นการปรับแบบ Across The Board

การปรับวิธีนี้บริษัทต้องคิดให้ดีเพราะจะต้องใช้งบประมาณในการปรับเพิ่มขึ้นซึ่งจะมีผลกระทบกับต้นทุนด้านบุคลากร (Staff Cost) ที่สูงมากกว่าทุกวิธี แต่ถ้าบริษัทมีตังค์หรือหรือกระเป๋าหนักพอก็เลือกวิธีนี้ได้เลย แต่จากประสบการณ์ของผมผู้บริหารของบริษัทมักจะไม่ใช้วิธีนี้ครับ

วิธีที่ 3 : ปรับเงินเดือนพนักงานเก่าหนีผลกระทบคนใหม่แบบคลื่นกระทบฝั่งหรือ Compression Adjustment

          วิธีนี้มักจะเป็นวิธียอดนิยมที่มักจะใช้ในหลายบริษัท โดยมีหลักการสำคัญคือหาจุดตัดให้เจอว่าบริษัทควรกำหนดจุดตัดเอาไว้ที่เท่าไหร่ดีที่เป็นจุดซึ่งถ้าพนักงานเก่าที่ปัจจุบันได้รับเงินเดือนเท่ากับจุดตัดหรือมากกว่านี้จะไม่ได้รับการปรับเงินเดือนอีกเพราะถือว่าพ้นผลกระทบจากการปรับค่าจ้างเงินเดือนคนใหม่แล้ว

            ส่วนพนักงานเก่าที่มีเงินเดือนน้อยกว่าจุดตัดลงไปก็จะได้รับการปรับเงินเดือนเพื่อหนีผลกระทบจากการปรับเงินเดือนคนใหม่ ยิ่งพนักงานเก่าที่ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าจุดตัดลงไปเท่าไหร่ก็จะได้รับการปรับเงินเดือนมากขึ้นเท่านั้น

            สูตรในการปรับเงินเดือนแบบคลื่นกระทบฝั่งเป็นดังนี้

1.  จุดตัด = ค่าจ้างเริ่มต้นใหม่ + ค่าคงที่ x(ค่าจ้างเริ่มต้นใหม่-ค่าจ้างเริ่มต้นปัจจุบัน)

2. ค่าจ้าง (ใหม่) = ค่าจ้างปัจจุบัน + (จุดตัด-ค่าจ้างปัจจุบัน) หาร 2

            ตัวอย่างของวิธีการใช้สูตรนี้ผมเขียนไว้โดยเฉพาะแล้วหลายครั้งให้ท่านที่สนใจไปติดตามหาอ่านได้ในบล็อกของผมนะครับ https://tamrongsakk.blogspot.com ไป Search คำว่า “คลื่นกระทบฝั่ง” ในบล็อกนะครับ จะมีทั้งคำอธิบายและตัวอย่างให้ดูครบถ้วน

วิธีที่ 4 : ปรับเงินเดือนตามนโยบายของฝ่ายบริหาร

            การปรับแบบนี้จะเป็นไปตามนโยบายของฝ่ายบริหารครับ ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนตายตัว อาจใช้สูตรใด ๆ ที่ HR หรือฝ่ายบริหารในบริษัทนั้น ๆ คิดขึ้นมาเองเพื่อให้เหมาะกับงบประมาณการปรับเงินเดือนของบริษัทที่มีอยู่หรือบริบทเฉพาะของบริษัทนั้น ๆ

            ทั้งหมดที่ผมเล่ามานี้คงจะพอทำให้ท่านเกิดไอเดียหาวิธีการปรับเงินเดือนที่เหมาะสมกับบริษัทของท่านบ้างแล้วนะครับ



วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565

Workshop กลยุทธ์การบริหารค่าจ้างเงินเดือน (ออนไลน์ผ่านซูม) 23 กย.65

 ผมเขียน Case ต่าง ๆ มาให้ทำ Workshop จากประสบการณ์จริง ถ้ามีเวลาพอจะพูดถึงผลกระทบค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับ 1 ตค.65 เพื่อให้เตรียมตัวรับมือว่าต้องทำอะไรบ้าง

ใครสนใจติดต่อได้ที่ HR Center โทร 02-736-2245-7 นะครับ




วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

เรื่องสำคัญที่คนดูแลตัวเลขการปรับค่าจ้างเงินเดือนต้องระวัง !!

 ก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึงสูตรการปรับค่าจ้างเงินเดือนคนเก่าเพื่อหนีผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หรือปรับเพิ่มอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิใหม่ไปแล้ว

 ถ้าใครช่างสังเกตสักหน่อยก็จะเห็นว่าในตัวอย่างตารางการปรับเงินเดือนคนเก่าเพื่อหนีผลกระทบจากการที่บริษัทปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิใหม่นั้น….

 

มีตัวเลขการปรับเงินเดือนคนเก่าที่ผิดพลาดนะครับ (ดูภาพด้านล่างในวงสีแดง)

 

อันนี้เป็นเจตนาตั้งแต่แรกที่ผมทำเอาไว้เพื่อให้คนที่ชอบเล่นเกม Photo Hunt ได้ลองจับผิดดูว่าใครจะสังเกตเห็นบ้าง 😆

 

จะเห็นได้ว่าในตารางตัวอย่างการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อหนีผลกระทบไม่มีปัญหาอะไร

 

แต่ในตารางตัวอย่างการปรับเงินเดือนคนเก่าเพื่อหนีผลกระทบจากการปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิปริญญาตรีจะมีปัญหาคือคนเก่าที่มีเงินเดือนปัจจุบันสูงกว่าจุดตัดจะได้รับการปรับเงินเดือนลดลงซะงั้น !!!!

 

การลดค่าจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอมนี่ผิดกฎหมายแรงงานนะครับ 😆

 

คนที่ใช้ Excel จะรู้ดีว่าปัญหาในวงแดงเกิดจากการลากสูตรที่ไปคลุมเอา Cell ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แล้วคนทำก็ไม่ตรวจทานให้ดี

 

ก็เลยเอาเรื่องนี้มาบอกกันไว้ว่าระวังอย่าลากสูตรเพลินนะครับ ต้องละเอียดรอบคอบในเรื่อง Sensitive แบบนี้เอาไว้ด้วยเพื่อจะได้ไม่ต้องมาตามแก้ปัญหาดราม่ากันอีกนะครับ 



วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565

สูตรการปรับเงินเดือนคนเก่าเพื่อหนีคนใหม่แบบคลื่นกระทบฝั่ง (Compression Adjustment - CA)

              การปรับเงินเดือนจะมีอยู่หลายสูตรหลายวิธี 

              วิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันคือวิธีการปรับแบบ "คลื่นกระทบฝั่ง" หรือ "Compression Adjustment"

          การปรับแบบ Compression Adjustment หรือคลื่นกระทบฝั่งมีหลักการคือจะปรับเงินเดือนให้กับคนเก่าที่มีเงินเดือนน้อยกว่า “จุดตัด” ลงไป

ถ้าคนเก่าคนไหนได้รับเงินเดือนตั้งแต่จุดตัดหรือมากกว่าขึ้นไปก็จะไม่ได้รับการปรับเงินเดือนอีกเพราะถือว่าเงินเดือนปัจจุบันพ้นผลกระทบจากการที่บริษัทปรับอัตราเริ่มต้นสำหรับการรับคนเข้าใหม่แล้ว

เช่น

            เดิมบริษัทของเรามีอัตราเริ่มต้นสำหรับคนที่เพิ่งจบปริญญาตรี (ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน) ที่ 16,000 บาท ต่อมาบริษัทของเราสำรวจข้อมูลในตลาดแล้วพบว่าปัจจุบันในตลาดเขาจ่ายกันอยู่ที่ 17,000 บาท บริษัทก็เลยอยากจะปรับอัตราการจ้างสำหรับปริญญาตรีใหม่เป็น 17,000 บาทให้สามารถสู้กับตลาดได้

แน่นอนครับว่าคนที่เข้ามาทำงานก่อนหน้านี้สักปีสองปีจะต้องโวยวายแน่นอน ถ้าบริษัทปรับอัตราแรกรับปริญญาตรีจาก 16,000 เป็น 17,000 บาททันที และพนักงานที่เข้ามาก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการปรับเงินเดือนเพื่อหนีเด็กรุ่นใหม่ (เพราะพนักงานเดิมที่เข้ามาก่อนหน้านี้ก็จะมีอัตราเงินเดือนอยู่ระหว่าง 16,000 ถึง 17,000 บาทและยังไม่รวมถึงพนักงานที่อายุงานมากกว่านี้ไปอีกถึงแม้จะเคยได้รับการขึ้นเงินเดือนประจำปีไปบ้างแล้วปีสองปีแต่เงินเดือนปัจจุบันก็สูงกว่า 17,000 บาทไปไม่มากนัก)

ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วถ้างั้นจะปรับคนเก่ายังไงดีล่ะ ?

จึงเป็นที่มาของสูตรในการปรับแบบคลื่นกระทบฝั่งครับ

ผมขอยกตัวอย่างให้ดูชัด ๆ ดังนี้นะครับ

สูตรในการปรับเงินเดือน (Compression Adjustment)

1.  จุดตัด           =          ค่าจ้างเริ่มต้นใหม่ + ค่าคงที่ x(ค่าจ้างเริ่มต้นใหม่-ค่าจ้างเริ่มต้นปัจจุบัน)

2. ค่าจ้าง (ใหม่) = ค่าจ้างปัจจุบัน + (จุดตัด-ค่าจ้างปัจจุบัน) หาร 2

ตัวอย่าง

สมมุติปัจจุบันบริษัทมีอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิ = 16,000 บาท

บริษัทต้องการจะปรับอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิใหม่เพื่อให้แข่งขันกับตลาดได้ = 17,000 บาท

แทนค่าสูตร

จุดตัด   = 17,000 + 1.5(17,000-16,000) (ผมสมมุติให้ค่าคงที่ = 1.5 ก่อนนะครับ)

            = 18,500 บาท

สมมุติปัจจุบันมีพนักงานได้รับเงินเดือนอยู่เดือนละ 17,150 บาท เขาจะได้รับการปรับเงินเดือนตามสูตร CA ดังนี้

เงินเดือนใหม่     = 17,150 + ((18,500-17,150) หาร 2)

เงินเดือนใหม่     = 17,825 บาท (พนักงานเก่าคนนี้จะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิม 675 บาท)

ดังนั้นพนักงานที่เงินเดือนตั้งแต่จุดตัดขึ้นไป (คือ 18,500) จะไม่ได้รับการปรับเงินเดือนเพราะถือว่ามีเงินเดือนสูงมากพอที่จะพ้นจากผลกระทบของการปรับเงินเดือนเริ่มต้นตามคุณวุฒิของคนใหม่แล้ว

ค่าคงที่คืออะไร ? ต้องเป็น 1.5 หรือไม่ ?

คำตอบคือค่าคงที่จะกำหนดเท่าไหร่ก็ได้ครับ

และค่าคงที่ที่ผมยกตัวอย่างคือ 1.5 นั้นไม่ได้เป็นกฎเหล็กตายตัวนะครับ

ค่าคงที่จะกำหนดไว้ที่เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลจริงของแต่ละบริษัทที่ต้องไปดูกันเอาเอง อาจจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ก็ได้

วิธีการคือท่านจะต้องนำข้อมูลเงินเดือนของคนเก่าที่บริษัทรับเข้ามาด้วยอัตราเริ่มต้นเดิมมาเรียงลำดับจากน้อยไปมากใน Excel แล้วก็ใส่สูตรคลื่นกระทบฝั่งนี้เข้าไป แล้วทดลองเปลี่ยนค่าคงที่แล้วดูว่าจุดตัดตรงไหนที่จะเป็นจุดที่คนเก่ามีเงินเดือนที่น่าจะพ้นผลกระทบจากการปรับเงินเดือนคนเข้าใหม่ก็ใช้ค่าคงที่ตัวนั้นแหละครับ






วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565

บริษัทควรทำอะไรบ้างเพื่อรับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ?

 เมื่อมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำก็ย่อมจะต้องมีผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างตามเปอร์เซ็นต์ของการปรับขึ้นไปในแต่ละครั้งและขีดความสามารถในการจ่ายของแต่ละกิจการ

ผมก็เลยสรุปสิ่งที่เป็น To do list สำหรับบริษัทต่าง ๆ ว่าควรทำอะไรบ้างเผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องดูแลระบบค่าตอบแทนรวมถึงฝ่ายบริหารที่จะต้องตัดสินใจในเรื่องนี้ครับ




วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

สถิติค่าจ้างขั้นต่ำ-อัตราเงินเฟ้อ-%ขึ้นเงินเดือนประจำปี 2550-2565

 ผมทำสถิติการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 15 ปีย้อนหลัง (2550-2565) โดยรวม (ว่าที่) การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 1 ตค.65 เอาไว้ด้วย (ที่ทาสีฟ้าอ่อน) โดยเทียบให้เห็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับการปรับแต่ละคร้้ง

จะเห็นได้ว่าถ้าไม่รวมการปรับแบบก้าวกระโดดประมาณ 40% ในปี 2555 เราจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ในช่วง 2-5% ซึ่งในครั้งล่าสุดนี้ถ้ามองภาพเฉลี่ยทั้งประเทศคือปรับเพิ่มขึ้น 5% ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์การปรับค่าจ้างขั้นต่ำปกติครับ

และแสดงให้เห็นเปอร์เซ็นต์การปรับเฉลี่ยระหว่างกทม.+ปริมณฑลกับการปรับเฉลี่ยทั้งประเทศเทียบกับเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนประจำปีของบริษัทต่าง ๆ ที่ขึ้นกันเฉลี่ยปีละ 5% เผื่อเป็นข้อมูลสำหรับ HR และผู้สนใจในการนำไปใช้วางแผนด้านบริหารค่าจ้างเงินเดือนกันต่อไปครับ