ปกติเวลาผมจะขอความช่วยเหลือจากใครในเรื่องการขอคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับปัญหาในงานของผมกับคนที่ผมไม่รู้จักกันมาก่อน ผมก็จะอีเมล์หรือโทรไปแนะนำตัวเองก่อนว่าผมชื่ออะไร ทำงานที่ไหนแล้วตอนนี้ผมมีปัญหาอะไรในงานผมก็เลยอยากจะรบกวนขอคำปรึกษาโดยจะเขียนอธิบายประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ผมต้องการคำแนะนำจากผู้รู้ท่านเป็นข้อ ๆ แล้วก็จะขอบคุณในความอนุเคราะห์ล่วงหน้า
เมื่อได้รับคำตอบกลับมาผมจะอีเมล์ตอบกลับว่าได้รับคำตอบแล้วและจะขอบคุณกลับไปอีกครั้งหนึ่ง
หลายท่านที่เคยอีเมล์หรือโทรมาขอคำปรึกษาจากผมจะทราบดีว่าผมยินดีจะตอบคำถามในงานด้าน
HR เท่าที่ผมจะตอบได้เสมอ เพราะคิดว่าในอดีตเราก็เคยเป็นคนไม่รู้มาก่อน
เคยได้รับคำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือจากผู้รู้มาก่อน ก็เลยอยากจะ Pay it
forward เหมือนที่ผมเคยได้รับคำชี้แนะดี ๆ ในอดีต
แต่หลายครั้งจะเจอประสบการณ์จากคนที่อีเมล์มาถามปัญหาเรื่อง
HR ที่ระยะหลัง ๆ จะเจอแบบนี้มากขึ้นครับ
1.
อีเมล์หรือ Inbox มาพร้อมกับคำถามแบบห้วนสั้นบอกข้อมูลรายละเอียดมาน้อย
แถมใช้ Email Address ประเภท Hotmail, yahoo, Gmail แบบนามแฝง และไม่บอกด้วยว่าตัวเองคือใครชื่ออะไร
2.
บางรายก็บอกชื่อบอกบริษัทที่ทำงานมา
แต่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหามาคร่าวมาก ๆ
ลำดับเรื่องราวหรือปัญหาไม่ดีไม่ชัดเจนต้องถามกลับไปกลับมาหลายรอบ
จนที่สุดก็บอกว่าไม่ใช่ปัญหาของตัวเองแต่เป็นปัญหาของเพื่อนฝากถามมา
ตัวเองก็เลยไม่รู้รายละเอียด
3.
บางรายก็ทำตรงกันข้ามกับ 2 ข้อแรก
คือจะพิมพ์รายละเอียดมายาวมาก แถมพิมพ์แบบไม่เว้นบรรทัดติดกันเป็นพืดอ่านกันปวดตา
แถมบางรายก็มีตัวอย่างการคำนวณที่ยาวโดยใช้สูตรที่คิดขึ้นมาเองแล้วจะให้ผมช่วยตรวจสอบว่าคำนวณมาถูกหรือไม่
ทำอย่างกับผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวที่ต้องตอบทุกรายละเอียดที่ถามมา
4.
บางรายพอผมตอบกลับไปแล้วก็เงียบหายต๋อมไปเลย
ไม่มีการตอบกลับหรือขอบคุณใด ๆ กลับมาทั้งสิ้น พอผ่านไป 2-3 เดือนก็จะถามมาใหม่
พอตอบไปก็จะเงียบหายแบบเดิม (ไม่ได้ต้องการคำขอบคุณหรอกนะครับ
แต่ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นมารยาทในการสื่อสารของคนที่ทำงานแบบมืออาชีพครับ)
5.
แต่บางรายพอผมตอบกลับไปแล้วก็ถามกลับมาอีกหลายครั้งเป็นซีรีย์กันเลย
ซึ่งแต่ละครั้งก็เป็นคำถามโดยไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม
ยังทำตัวเป็นมนุษย์ล่องหนอยู่เหมือนเดิม และแน่นอนว่าแต่ละครั้งที่ผมตอบกลับไปก็ไม่เคยตอบรับหรือขอบคุณอะไรกลับมา
6.
หลายครั้งที่ปัญหาด้าน HR ที่ถามมานั้น
ผมเคยเขียนเป็นบทความเอาไว้ใน Blog ของผมแล้ว ผมก็ส่ง Link
บทความจาก Blog ของผมไปให้แล้วบอกไปว่าให้ไปอ่านบทความนั้น
ๆ ได้เลย คำตอบอยู่ในบทความนั้นแล้ว
เพราะผมจะได้ไม่ต้องมาจิ้มจอมือถือเพื่อตอบคำถามยาว ๆ ให้ทรมานสายตา
แต่คนถามก็ไม่อ่าน
แล้วก็ยังโทรศัพท์มาถามคำถามเดิม ๆ นั้นกลับมาอีก
พอผมถามว่าได้อ่านบทความที่ผมส่งไปให้แล้วหรือยัง ก็ได้รับคำตอบว่าอ่านแล้ว พอผมบอกว่าถ้าอ่านแล้วคำตอบก็อยู่ในบทความอยู่แล้วนี่
ก็ถูกกดตัดสายทิ้งซะงั้น
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็คงมีเหตุผลเพียงพอที่ผมจะไม่ตอบคำถามจากคนที่พฤติกรรมข้างต้นนี้แล้ว
ก็เลยเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์และเป็นข้อคิดเตือนใจก็เท่านั้นแหละครับ