วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไม่ผ่านทดลองงานไม่ยอมเขียนใบลาออก บริษัทต้องทำยังไง

          มีคำถามตามข้างต้นคำตอบคือ….

          บริษัทก็ต้องแจ้งเลิกจ้างครับ เพราะการสิ้นสภาพการจ้างมีได้แค่ 3 วิธีเท่านั้นคือ 1.นายจ้างแจ้งเลิกจ้าง 2. ลูกจ้างลาออก 3. สัญญาจ้างครบระยะเวลา โดยควรทำหนังสือเลิกจ้างระบุเหตุผลการเลิกจ้างและวันที่มีผลเลิกจ้างให้ชัดเจน พร้อมทั้งดูว่าพนักงานทดลองงานคนนี้มีอายุงานครบ 120 วันแล้วหรือยัง ถ้าพนักงานทดลองงานมีอายุงานครบ 120 วันขึ้นไปบริษัทก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามม.118 และจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (มักจะเรียกกันว่า “ค่าตกใจ”) หรือมีการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้องตามม.17 

             แต่กรณีนี้ผมมักจะแนะนำวิธี “เจ็บแต่จบ” ดีกว่า “ยืดเยื้อแล้วเรื้อรัง” คือให้จ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า โดยบริษัทแจ้งเลิกจ้างพร้อมยื่นหนังสือเลิกจ้างให้พนักงานทดลองงานโดยให้การเลิกจ้างมีผลในวันรุ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาหลาย ๆ เรื่องที่จะตามมา

             พร้อมทั้งให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านทดลองงานรับค่าตอบแทนงวดสุดท้ายทั้งหมด เช่น เงินเดือนงวดสุดท้าย, ค่าโอที, ค่าชดเชย (ถ้ามี), ค่าตกใจ และอื่น ๆ เป็นเช็คให้พนักงานเซ็นรับในสำเนาเช็คเพื่อเป็นหลักฐานในวันที่แจ้งเลิกจ้างเลยจะดีกว่าครับ

              บริษัทควรมีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทดลองงานให้ชัดเจนนะครับ เช่น มีการสอนงาน มีการติดตามผลการทำงานแล้วพนักงานไม่สามารถทำงานได้ตามที่ได้รับมอบหมายยังไงบ้าง หรือพนักงานมีพฤติกรรมการทำงานไม่ดียังไงถึงไม่ผ่านทดลองงาน ไม่ควรใช้อารมณ์ในการแจ้งผล ควรแจ้งผลการทดลองงานด้วยเหตุด้วยผลอย่างมืออาชีพโดยมีข้อมูลที่ชัดเจนไม่ใช่การกลั่นแกล้งกันแบบไม่เป็นธรรมนะครับ

              เคสที่ผมเจอว่าน้องทดลองงานไม่ยอมเขียนใบลาออกจะมีไม่มากนักและมักเกิดจากการที่หัวหน้าใช้อารมณ์ร้าย ๆ ในการทำงานกับน้องทดลองงานก็เลยทำให้เกิดปัญหานี้

              (ม.70 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ให้แก่ลูกจ้างภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง)

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

หลักสูตรด้าน HR สอนออนไลน์ทาง SkillLane

 1.      กฎหมายแรงงานที่ทุกคนต้องรู้

เรียนออนไลน์ทาง SkillLane

มีคำกล่าวอยู่ว่า “ประชาชนจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้” เพราะกฎหมายถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ประชาชนทุกคนจะต้องรู้ เมื่อทำความผิดแล้วจะอ้างว่าทำไปเพราะไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้

            เป็นเรื่องแปลกแต่จริง นั่นคือยังมีเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หัวหน้างาน และคนทำงานอีกไม่น้อยที่ไม่รู้กฎหมายแรงงานและไม่ได้ให้ความสำคัญกับกฎหมายแรงงาน ทำให้มีการปฏิบัติกับลูกจ้างอย่างไม่ถูกต้องเพราะไม่รู้กฎหมายแรงงานว่าถูกหรือผิด ทำให้เกิดการร้องเรียนหรือการฟ้องร้องตามมาไม่น้อย ต้องเสียเวลาไปขึ้นโรงขึ้นศาล ในที่สุดก็จะเกิดปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ในองค์กร มีการทำงานแบบไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันหรือทำให้บริษัทต้องเสียภาพลักษณ์ชื่อเสียงไปสู่สาธารณะว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายแรงงาน

หลักสูตรนี้มุ่งสร้างความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานทั้งคนที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างเพื่อให้มีการปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเพื่อสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและลดปัญหาต่าง ๆ ในองค์กร เป็นการสร้างภาพลักษณ์ชื่อเสียงที่ดีขององค์กรสู่สาธารณะ

จุดเด่นของคอร์สที่แตกต่างจากคอร์สทั่วไป :

ไม่ใช้วิธีการบรรยายแบบน่าเบื่อยแต่จะใช้วิธี Storytelling แบบเข้าใจง่ายไม่ใช้ภาษากฎหมายให้สับสน โดยนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาที่เกิดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ที่หน้างานจากประสบการณ์โดยตรงของวิทยากรมาเล่าสู่กันฟัง แล้วให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือทำ Workshop และแบบฝึกหัดต่าง ๆ ด้วยตัวเองเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและนำไปใช้ที่หน้างานได้จริง

ประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับจากคอร์สนี้ :

            เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องกฎหมายแรงงาน รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เพื่อให้ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างมีความเข้าใจในหลักของกฎหมายแรงงานที่ตรงกัน ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาในการปฏิบัติต่อกันอย่างไม่ถูกต้องให้น้อยลง และทำให้เกิดแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร

ใครควรเรียนคอร์สนี้ :

Ø เจ้าของกิจการ, ผู้ประกอบการ, กรรมการผู้จัดการ, CEO, ผู้บริหารทุกระดับ

Ø หัวหน้างานทุกระดับ

Ø คนทำงานด้าน HR

Ø พนักงานคนทำงานทุกคน, นิสิต, นักศึกษาและผู้สนใจ

ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานหรือรู้อะไรมาก่อนไหม :

            ไม่จำเป็น เพราะวิทยากรพูดแบบเข้าใจง่ายพร้อมทั้งยกตัวอย่างให้เห็นภาพและมีแบบฝึกหัดให้ทำประกอบการเรียนรู้เพื่อเสริมความเข้าใจ

ลงทะเบียนเรียนรู้ได้ที่นี่

https://www.skilllane.com/courses/7299

 

2.      เทคนิคการบริหารค่าตอบแทนอย่างมืออาชีพ

 เรียนออนไลน์ทาง SkillLane

เรื่องเงินเดือนเป็นความลับ แต่เทคนิคการบริหารค่าตอบแทนไม่ใช่ความลับ !!

หลักสูตรนี้จะทำให้คนที่ทำงานด้านค่าตอบแทนและผู้สนใจได้รู้ How to บริหารค่าตอบแทนแบบฉับไวและนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน ตลอดจนจุดที่ต้องระวังและกับดักต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหาในการบริหารค่าตอบแทนจากวิทยากรที่เคยบริหารงานด้าน Com & Ben ตัวจริงเสียงจริงทั้งในองค์กรไทยและต่างชาติ

จุดเด่นของคอร์สที่แตกต่างจากคอร์สทั่วไป :

            หลักสูตรนี้ออกแบบมาจากประสบการณ์จริงด้านการบริหารค่าตอบแทนของตัววิทยากรเอง ทุกเรื่องราวในคอร์สนี้จึงมาจากประสบการณ์ตรงของผู้สอน ไม่ใช่พูดตามตำราหรือพูดแต่ทฤษฎี จึงทำให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายเห็นภาพจริงที่หน้างานได้ชัดเจน

ประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับจากคอร์สนี้ :

            ตลอดการเรียนรู้จะมีการยกตัวอย่างกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงที่หน้างานตลอดจนกลเม็ดเคล็ดลับต่าง ๆ ด้านการบริหารค่าตอบแทน มีแบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้ทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจตลอดการเรียนรู้ รวมทั้งมีหนังสือด้านการบริหารค่าตอบแทนที่เปิดให้ผู้เรียนดาวน์โหลดอีก 4 เล่มไปอ่านเพื่อเสริมความเข้าใจให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้ในงานของตัวเองได้ทันที

ใครควรเรียนคอร์สนี้ :

Ø ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องดูแลสายงาน HR และดูแลสายงานบริหาร

Ø ผู้บริหารงาน HR ทุกระดับ

Ø ผู้รับผิดชอบงานด้าน Com & Ben (Compensation & Benefits)

Ø คนที่ศึกษางานด้าน Com & Ben

Ø ที่ปรึกษาด้านค่าตอบแทน

Ø ผู้สนใจ

ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานหรือรู้อะไรมาก่อนไหม :

            ไม่จำเป็น เพราะวิทยากรพูดแบบเข้าใจง่ายพร้อมทั้งยกตัวอย่างให้เห็นภาพและมีแบบฝึกหัดให้ทำประกอบการเรียนรู้เพื่อเสริมความเข้าใจ

สนใจ ดูคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่

https://www.skilllane.com/courses/Professional-Compensation-Management-Techniques?utm_source=instructor_TPA&utm_medium=fb_post

 

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มารยาทในการขอคำปรึกษา

             ปกติเวลาผมจะขอความช่วยเหลือจากใครในเรื่องการขอคำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับปัญหาในงานของผมกับคนที่ผมไม่รู้จักกันมาก่อน ผมก็จะอีเมล์หรือโทรไปแนะนำตัวเองก่อนว่าผมชื่ออะไร ทำงานที่ไหนแล้วตอนนี้ผมมีปัญหาอะไรในงานผมก็เลยอยากจะรบกวนขอคำปรึกษาโดยจะเขียนอธิบายประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ผมต้องการคำแนะนำจากผู้รู้ท่านเป็นข้อ ๆ แล้วก็จะขอบคุณในความอนุเคราะห์ล่วงหน้า

            เมื่อได้รับคำตอบกลับมาผมจะอีเมล์ตอบกลับว่าได้รับคำตอบแล้วและจะขอบคุณกลับไปอีกครั้งหนึ่ง

            หลายท่านที่เคยอีเมล์หรือโทรมาขอคำปรึกษาจากผมจะทราบดีว่าผมยินดีจะตอบคำถามในงานด้าน HR เท่าที่ผมจะตอบได้เสมอ เพราะคิดว่าในอดีตเราก็เคยเป็นคนไม่รู้มาก่อน เคยได้รับคำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือจากผู้รู้มาก่อน ก็เลยอยากจะ Pay it forward เหมือนที่ผมเคยได้รับคำชี้แนะดี ๆ ในอดีต

            แต่หลายครั้งจะเจอประสบการณ์จากคนที่อีเมล์มาถามปัญหาเรื่อง HR ที่ระยะหลัง ๆ จะเจอแบบนี้มากขึ้นครับ

1.      อีเมล์หรือ Inbox มาพร้อมกับคำถามแบบห้วนสั้นบอกข้อมูลรายละเอียดมาน้อย แถมใช้ Email Address ประเภท Hotmail, yahoo, Gmail แบบนามแฝง และไม่บอกด้วยว่าตัวเองคือใครชื่ออะไร

2.      บางรายก็บอกชื่อบอกบริษัทที่ทำงานมา แต่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหามาคร่าวมาก ๆ ลำดับเรื่องราวหรือปัญหาไม่ดีไม่ชัดเจนต้องถามกลับไปกลับมาหลายรอบ จนที่สุดก็บอกว่าไม่ใช่ปัญหาของตัวเองแต่เป็นปัญหาของเพื่อนฝากถามมา ตัวเองก็เลยไม่รู้รายละเอียด

3.      บางรายก็ทำตรงกันข้ามกับ 2 ข้อแรก คือจะพิมพ์รายละเอียดมายาวมาก แถมพิมพ์แบบไม่เว้นบรรทัดติดกันเป็นพืดอ่านกันปวดตา แถมบางรายก็มีตัวอย่างการคำนวณที่ยาวโดยใช้สูตรที่คิดขึ้นมาเองแล้วจะให้ผมช่วยตรวจสอบว่าคำนวณมาถูกหรือไม่ ทำอย่างกับผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวที่ต้องตอบทุกรายละเอียดที่ถามมา

4.      บางรายพอผมตอบกลับไปแล้วก็เงียบหายต๋อมไปเลย ไม่มีการตอบกลับหรือขอบคุณใด ๆ กลับมาทั้งสิ้น พอผ่านไป 2-3 เดือนก็จะถามมาใหม่ พอตอบไปก็จะเงียบหายแบบเดิม (ไม่ได้ต้องการคำขอบคุณหรอกนะครับ แต่ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นมารยาทในการสื่อสารของคนที่ทำงานแบบมืออาชีพครับ)

5.      แต่บางรายพอผมตอบกลับไปแล้วก็ถามกลับมาอีกหลายครั้งเป็นซีรีย์กันเลย ซึ่งแต่ละครั้งก็เป็นคำถามโดยไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม ยังทำตัวเป็นมนุษย์ล่องหนอยู่เหมือนเดิม และแน่นอนว่าแต่ละครั้งที่ผมตอบกลับไปก็ไม่เคยตอบรับหรือขอบคุณอะไรกลับมา

6.      หลายครั้งที่ปัญหาด้าน HR ที่ถามมานั้น ผมเคยเขียนเป็นบทความเอาไว้ใน Blog ของผมแล้ว ผมก็ส่ง Link บทความจาก Blog ของผมไปให้แล้วบอกไปว่าให้ไปอ่านบทความนั้น ๆ ได้เลย คำตอบอยู่ในบทความนั้นแล้ว เพราะผมจะได้ไม่ต้องมาจิ้มจอมือถือเพื่อตอบคำถามยาว ๆ ให้ทรมานสายตา

แต่คนถามก็ไม่อ่าน แล้วก็ยังโทรศัพท์มาถามคำถามเดิม ๆ นั้นกลับมาอีก พอผมถามว่าได้อ่านบทความที่ผมส่งไปให้แล้วหรือยัง ก็ได้รับคำตอบว่าอ่านแล้ว พอผมบอกว่าถ้าอ่านแล้วคำตอบก็อยู่ในบทความอยู่แล้วนี่ ก็ถูกกดตัดสายทิ้งซะงั้น

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็คงมีเหตุผลเพียงพอที่ผมจะไม่ตอบคำถามจากคนที่พฤติกรรมข้างต้นนี้แล้ว ก็เลยเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์และเป็นข้อคิดเตือนใจก็เท่านั้นแหละครับ

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

หนังสือแจกฟรี

             เนื่องจากยังมีคำถามมาที่ผมอยู่เป็นระยะเพื่อขอซื้อหนังสือที่ผมเคยเขียนมานานแล้วและทางสำนักพิมพ์ก็ไม่ได้พิมพ์เป็นเล่มแล้ว แต่เนื่องจากผมเป็นคนเขียนไม่ใช่สำนักพิมพ์จึงไม่มีขาย ผมก็เลยนำเอาหนังสือเหล่านั้นมาปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและเข้าใจง่ายมากขึ้นแล้วเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีได้ตามนี้ครับ

1. Download หนังสือ "การประเมินค่างานและการทำโครงสร้างเงินเดือน (ภาคปฏิบัติ)"

https://www.dropbox.com/s/uho10vpz55vt5xu/JE%26SS_Free.pdf?dl=0

2. ดาวน์โหลด Micro Pocket Book "25 คำถามเกี่ยวกับโครงสร้างเงินเดือนจากประสบการณ์"

 https://www.dropbox.com/s/cc8to40p10ojyat/25%20%20Q%26A_SS.pdf?dl=0

3. ดาวน์โหลดหนังสือ “ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างเงินเดือนแบบง่าย ๆ”

https://www.dropbox.com/s/xaks9yls6nyw7nk/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B9%86.pdf?dl=0

4. Download หนังสือ “การบริหารความเสี่ยงด้าน HR”

https://www.dropbox.com/s/5rlqkq5yjcfblt3/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20HR_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD.pdf?dl=0

5. Download หนังสือ “หัวหน้างานกับการบริหารลูกน้อง HR for NON HR”

https://www.dropbox.com/s/shwz3usn4wbs4l4/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf?dl=0

6. Download หนังสือ "จัดการฝึกอบรมให้มีประสิทธิผลอย่าง Training Officer มืออาชีพ"

https://www.dropbox.com/s/urvq70samjd3tfr/TO_Free.pdf?dl=0

 

7. ดาวน์โหลดหนังสือ "เรียนรู้โหราศาสตร์ไทยมาใช้ในงาน HR - ภาคปฏิบัติ"

https://www.dropbox.com/s/oe537r47y4yk8g6/HR_Horasad.pdf?dl=0

8. ดาวน์โหลดหนังสือ "คู่มือการเป็นวิทยากร" หรือ Train the trainer

https://www.dropbox.com/s/52as4h4fvo57k8b/TrainTheTrainer.pdf?dl=0

9. ดาวน์โหลดหนังสือ “การทำ Training & Development Roadmap ตามแผนงานขององค์กร (ภาคปฏิบัติ)”

https://www.dropbox.com/s/0rq5x9ukx0zatqm/TRM_By%20Strategic%20Plan.pdf?dl=0

10. ดาวน์โหลดหนังสือ "สนุกไปกับพฤติกรรมคนด้วยจิตวิทยาและเทวดากรีก"

https://www.dropbox.com/s/i4ceoesgslzi6ac/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99Free.pdf?dl=0

11. ดาวน์โหลดหนังสือ “กระตุกต่อมคิดชีวิตคนทำงาน”

https://www.dropbox.com/scl/fi/4wv00ukyln55soxp7n49i/.pdf?rlkey=lnb4umxi96twyafp9nsf1u32i&dl=0

 12. ดาวน์โหลดไฟล์ "รู้เขา..รู้เราด้วย D I S C"

https://www.dropbox.com/s/3287l1mnva2jeq8/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20D%20I%20S%20C%20%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%205%20%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99.pdf?dl=0

 

13. ดาวน์โหลดไฟล์ “ทำไม Functional Competency ถึงไม่เวิร์ค”

https://www.dropbox.com/s/xy4thcslhifo5qh/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%20Functional%20Competency%20%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%991%2B2%2B3.pdf?dl=0

14. ดาวน์โหลดหนังสือ “คุยเฟื่องเรื่องค่าตอบแทน”

https://www.dropbox.com/s/i8xmaozgs8zhwrw/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99.pdf?dl=0

ดาวน์โหลดประวัติวิทยากร

https://www.dropbox.com/s/ej25o4cbhup93qc/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3_pic.pdf?dl=0

15. ดาวน์โหลดหนังสือ “เสริมทักษะหัวหน้างานยุคใหม่”

https://www.dropbox.com/s/8rhbfz8g7vf0crd/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88.pdf?dl=0

16. ดาวน์โหลดไฟล์ “อคติกับพฤติกรรมคน”

https://www.dropbox.com/s/ziy5ms95g7yac0h/%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99.pdf?dl=0

17. รวมเรื่องนักคิดจิตวิทยาและการจัดการ

https://www.dropbox.com/s/vlsvrrcvx9ixohc/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.pdf?dl=0

18. Micro Pocket Book “25 คำถามเกี่ยวกับโครงสร้างเงินเดือนจากประสบการณ์

https://www.dropbox.com/s/g797sxbkp1chkgo/25%20%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99.pdf?dl=0

19. Check list ปัญหาค่าตอบแทน

https://www.dropbox.com/s/tbkd1i8js9hrfbh/Check%20List%20%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99.pdf?dl=0

20. หนังสือ “เขาว่า..ที่ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารคน”

https://www.dropbox.com/s/5l56ygqzmzu78i2/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%99.pdf?dl=0

21.หนังสือ “ถาม-ตอบปัญหาค่าจ้างเงินเดือนจากหน้างาน”

https://www.dropbox.com/scl/fi/7tcldqpsqqfjtywaxye0e/.pdf?rlkey=vo26my5vwpyud811wkg84968k&dl=0

22. บทความ “คุยเฟื่องเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน_Mar 2025

https://www.dropbox.com/scl/fi/c7zo45dcib0nw6bi7fi7t/_2025.pdf?rlkey=137kl0dma567805h0dvdf7zx5&st=lrjxrdnr&dl=0

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ข้อคิดเตือนใจในการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

 ตามกฎหมายแรงงานจะกำหนดให้นายจ้างจะต้องให้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง เช่น จะต้องจ่ายค่าจ้าง, จ่ายค่าโอที, ค่าชดเชย, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า, มีคณะกรรมการสวัสดิการ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเหล่านี้เป็นไฟท์บังคับที่บริษัทจะต้องจัดให้พนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

แต่สิทธิประโยชน์และสวัสดิการอีกหลายเรื่อง กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดให้บริษัทต้องจัดให้ แต่เป็นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กรเห็นว่าควรจะมีเพื่อรักษาคนในและจูงใจคนนอกให้อยากมาร่วมงาน เช่น การขึ้นเงินเดือนประจำปี, การจ่ายโบนัส, ประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ, อาหารฟรี, Long service award  ฯลฯ

 

การให้ค่าตอบแทนหรือสวัสดิการที่เกินกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดจึงควรมีการสงวนสิทธิต่าง ๆ และแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบให้ชัดเจนจะได้ไม่มีปัญหาดราม่าตามมาในภายหลัง

 

รวมไปถึงผู้บริหารองค์กรควรจะต้องคำนึงถึงข้อคิดเตือนใจให้รอบคอบในการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เกินกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดคือ

 

1.      ก่อนให้ (ค่าตอบแทน/สวัสดิการ) ต้องคิดให้ดี

2.      ให้แล้วเอาคืนไม่ได้ (ถ้าพนักงานไม่ยินยอม)

3.      ให้ก่อนถูกพนักงานเรียกร้อง

4.      ให้แล้วต้องเป็นบุญคุณ

 

ไม่อย่างนั้นการให้ใด ๆ จะสูญเปล่าเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

 

การให้ใด ๆ กับพนักงานที่ดีกว่าที่กฎหมายกำหนดย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่การให้นั้นควรจะต้องทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ไม่เป็นการให้ที่สูญเปล่าและบริษัทยังคงจ่ายไหวในอนาคตด้วย

 

ฝากไว้ให้คิดครับ

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ข้อคิดในการขึ้นเงินเดือนประจำปีด้วย Midpoint

           คำถามมีอยู่ว่าถ้าบริษัทจะเปลี่ยนวิธีการขึ้นเงินเดือนประจำปีจากวิธีเดิมที่ใช้ Basic Salary เป็นฐาน มาเป็นใช้ Midpoint ควรทำยังไงดี?

          ก็ควรจะต้องแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปีครับ

         โดย HR ควรจะเป็นผู้อธิบายการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทำโครงสร้างเงินเดือนสมมุติขึ้นมา (หมายถึงสมมุติกระบอกเงินเดือนตามแต่ละ Job Grade กำหนดค่า Min, Max สมมุติขึ้นในแต่ละกระบอก) เพื่อใช้อธิบายให้พนักงานเข้าใจว่าโครงสร้างเงินเดือนมีที่มาที่ไปอย่างไรค่าต่าง ๆ เช่น Min, Max, Midpoint หมายถึงอะไร แล้วเหตุใดบริษัทจึงปรับเปลี่ยนวิธีการขึ้นเงินเดือนจากเดิมที่ใช้ Base Salary มาเป็นใช้ Midpoint เป็นฐานเพราะอะไร

            ผมมีข้อคิดเพิ่มเติมคือ ถ้าหากบริษัทจะใช้วิธีการขึ้นเงินเดือนโดยใช้วิธี Allocate งบประมาณขึ้นเงินเดือนประจำปีไปให้แต่ละ Department Head ในการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีให้กับลูกน้องตามผลการประเมิน ก็จะต้องแจ้งค่า Midpoint ในแต่ละ Job Grade ของหน่วยงานนั้น ๆ ไปด้วยซึ่งอาจเกิดปัญหาโครงสร้างเงินเดือนหลุดออกไปภายนอกบริษัทได้

            เพราะถ้าทราบค่า Midpoint ก็จะคำนวณหาค่า Min และ Max ได้ไม่ยากนัก แค่มีพื้นฐานคณิตศาสตร์เบื้องต้นก็สามารถหา Min Max โดยประมาณได้เลย

            ดังนั้นถ้าจะขึ้นเงินเดือนจาก Midpoint ก็ยังคงต้องเก็บงบประมาณขึ้นเงินเดือนของแต่ละฝ่ายไว้ที่ HR โดยแต่ละฝ่ายยังทำหน้าที่ในการประเมินผลการปฏิบัติงานลูกน้องของตัวเองให้อยู่ใน Normal Curve อย่างเคร่งครัด

            นั่นคือจะมีคนส่วนใหญ่ประมาณ 70% ที่มีผลงานอยู่ในค่า Avergae และจะมีคนเก่งกว่า Average ที่เป็นพวก Outstanding (เกรด A หรือ B อยู่หัว Curve ประมาณ 15% และมีคนที่เป็น Poor Performer (เกรด D หรือ E) อยู่ท้าย Curve ประมาณ 15%

             สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรใช้ Normal Curve แบบหาแพะนะครับ (อ่านเรื่องนี้ในเม้นท์ด้านล่าง)

            อนึ่ง บริษัทที่มีนโยบายในการขึ้นเงินเดือนประจำปีโดยการใช้ Midpoint เป็นฐานนั้นยังมีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บริษัทส่วนใหญ่ยังคงขึ้นเงินเดือนจากฐานเงินเดือนครับ

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568

แจ้งเลิกจ้างทันทีต้องจ่ายค่าตกใจ 1 เดือน..จริงหรือ ?

              มักจะมีการบอกต่อ ๆ กันมาว่าถ้าหากจะแจ้งเลิกจ้างพนักงานวันนี้ แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้วนะ บริษัทก็ต้องจ่ายค่าตกใจ (หรืออาจจะเรียกว่า “ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า” หรือ “สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า”) 1 เดือน

            แล้วบริษัทต่าง ๆ ก็มักจะจ่ายค่าตกใจ 1 เดือนกันมาโดยตลอด

          คำถามคือตกลงแล้วการจ่ายค่าตกใจ 1 เดือนที่ทำกันต่อๆ มานั้นถูกต้องหรือไม่ ?

            มาตรา 17 ของกฎหมายแรงงานบอกไว้ว่า....

“....ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน....

....การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้....”

ผมเลยทำผังให้ดูแบบเข้าใจง่าย ๆ ตามภาพด้านล่างดังนี้

จากมาตรา 17 ข้างต้นผมสมมุติว่าบริษัทจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน (ตามภาพประกอบ) 

ถ้าบริษัทแจ้งเลิกจ้างลูกจ้างวันที่ 30 มิย.โดยบอกว่าพรุ่งนี้ (คือวันที่ 1 กค.) ไม่ต้องมาทำงานแล้ว

บริษัทก็ต้องจ่ายค่าตกใจ (หรือค่าบอกกล่าวล่วงหน้า) ไป 1 เดือนคือตั้งแต่ 1 กค. ถึง 31 กค.

ส่วนค่าจ้างในเดือนมิย.ก็ต้องจ่ายให้ลูกจ้างเต็มเดือนตามปกติอยู่แล้วนะครับ

เพราะตามมาตรา 17 ให้บอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างหรือก่อนหน้านั้นเพื่อให้มีผลเลิกสัญญาจ้างเพื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างในครั้งต่อไป

แต่ถ้าสมมุติว่าบริษัทไปแจ้งเลิกจ้างพลาดไปเพียง 1 วันคือแทนที่จะแจ้งวันที่ 30 มิย.แต่กลับไปแจ้งเลิกจ้างในวันที่ 1 กค.โดยบอกลูกจ้างว่าพรุ่งนี้ (2 กค.) ไม่ต้องมาทำงานแล้ว จึงเสมือนกับบริษัทไปแจ้งเลิกจ้างวันที่ 31 กค.ก็เลยต้องนับจากวันที่ 31 กค.ไปอีก 1 รอบการจ่ายค่าจ้างถึงวันที่ 31 สค.

บริษัทจึงต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าในเดือน กค.และเดือนสค.

หมายถึงบริษัทก็จะต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 1-31 กค.(เต็มเดือน) และ 1-31 สค.(เต็มเดือน)

สรุปคือกรณีนี้บริษัทจะต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 2 เดือนครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วผมเชื่อว่าเราคงเข้าใจหลักการจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าตรงกันและเลือกวันแจ้งได้เหมาะสมแล้วนะครับ