วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

รู้เขา...รู้เรา....ด้วย D I S C (ตอนที่ 4)

            ในตอนนี้คงเป็นตอบจบของซีรีส์เรื่อง D I S C กันแล้วนะครับ ซึ่งผมจะมาอธิบายในเรื่องการติดต่อสื่อสารกับคนแต่ละสไตล์ว่าเราจะสามารถสื่อสารกันยังไง รวมถึงการมองตัวเองและคนอื่นมองตัวเขายังไงเพื่อให้ท่านได้ข้อคิดในการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับคนรอบข้างทั้งที่ทำงานและที่บ้านได้อย่างราบรื่นขึ้นดังนี้ครับ

                             
วิธีในการติดต่อกับคนแต่ละสไตล์

            เมื่อท่านได้ทราบถึงสิ่งที่คนในแต่ละสไตล์ชอบ หรือไม่ชอบมาแล้ว (หากจำไม่ได้ต้องไปย้อนอ่านในตอนที่แล้ว) ผมจึงขอพูดต่อถึงวิธีการติดต่อคนในแต่ละสไตล์โดยสรุปดังนี้ครับ

            หากท่านต้องติดต่อกับคนสไตล์ D : ท่านควรพูดเข้าประเด็นตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมชักแม่น้ำทั้ง 5 สายมาให้คนสไตล์ D รำคาญ เพราะเขาไม่ชอบประเภทน้ำท่วมทุ่ง เพราะคนสไตล์ D ชอบพูดหรือทำอะไรที่ชัดเจนตรงไปตรงมาโดยเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องของงาน ซึ่งท่านสามารถพูดเข้าเป้าหมายและได้ผลลัพธ์เลยทันที อ้อ ! หากหัวหน้าของท่านเป็นคนสไตล์ D ท่านก็อย่าลืมวิธีการตอบคำถามด้วยความรวดเร็ว ชัดเจน ว่องไว ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วด้วยนะครับ มัวแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ คิดช้า ๆ ล่ะก็โดยไล่ออกมาจากห้องหัวหน้าไม่รู้ด้วยนะครับ

            หากท่านต้องติดต่อกับคนสไตล์ I : ท่านจะต้องมีการพูดนำหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้าเสียก่อน ไม่ควรนำเรื่องเครียด ๆ เขาไปคุยเสียตั้งแต่เริ่มต้น โดยอาจจะคุยในเรื่องส่วนตัว เรื่องทั่ว ๆ ไป ลม ฟ้า อากาศเสียก่อนจะมุ่งเข้าหาประเด็นที่ต้องการ เพื่อทำให้เขามีการปรับอารมณ์ในเบื้องต้นเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความสนุกสนาน รื่นเริง สังคม การสมาคมล่ะก็เขาจะชอบเป็นพิเศษ แล้วเรื่องงานค่อย ๆ แทรกเข้าไปทีหลังแบบเนียน ๆ เพราะคนสไตล์ I เขาเน้นมนุษยสัมพันธ์เป็นหลักครับ

            หากท่านต้องติดต่อกับคนสไตล์ S : เนื่องจากคนสไตล์นี้ไม่ชอบถูกกดดันเพราะเขาเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตที่อยู่ในกรอบ ในหลักเกณฑ์แบบเรียบ ๆ ไม่หวือหวา ค่อนเป็นค่อยไป ไม่ชอบอะไรที่เร่งรีบ เพราะเขามองว่าความเร่งรีบอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ ดังนั้นจึงต้องคุยแบบเรื่อย ๆ แล้วให้เขาได้มีเวลาคิดเป็นลำดับ ๆ ไปก่อน อย่าเพิ่งไปรีบกดดันว่าจะต้องรีบตัดสินใจ หรือต้องรีบเซ็นชื่อในงานด่วนเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวไม่ทัน ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้เขาอึดอัด ท่านควรนัดหมายเขาไว้ล่วงหน้า ทำตามขั้นตอนและกฎระเบียบเป็นหลัก ถ้าทำได้อย่างนี้คนพวก S เขาจะแฮปปี้กับท่านมากเลยแหละครับ

            หากท่านต้องติดต่อกับคนสไตล์ C : คนสไตล์นี้จะคล้าย ๆ กับคนสไตล์ D ตรงที่หากท่านจะพูดกับเขาก็จะต้องเข้าประเด็นที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะในเรื่องงานเป็นหลักเลยว่าต้องการอะไร ผลสำเร็จเป็นอย่างไร แต่อย่าลืมเพิ่มเติมเรื่องของข้อมูลรายละเอียดเยอะๆ หน่อย (เพราะคนพวก C จะมีความละเอียดมากกว่าพวก D ) ตลอดจนวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียอย่างละเอียดให้เขาด้วย เป็นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนสไตล์ C แล้วปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจจากข้อมูลหลักฐานที่มี ส่วนคำพูดที่ว่า ผมคิดว่า.... หรือ ดิฉันคิดว่า..... นั้นคนสไตล์ C จะไม่ค่อยชอบใจนักเพราะเขาไม่ชอบการใช้ความรู้สึกเข้ามาร่วมในการวิเคราะห์หรือตัดสินใจ แต่เขาต้องการคำว่า จากข้อมูล (หรือหลักฐาน) ที่มีอยู่ทำให้เชื่อได้ว่า....... มากกว่าครับ

เรามองตัวเอง กับ คนอื่นมองเรา

            คนเราบางครั้งอาจจะมองจากมุมของตัวเราออกไป โดยลืมไปว่ายังมีอีกมุมหนึ่งที่ถูกมองโดยคนอื่นรอบข้างด้วยเช่นกัน เปรียบไปก็เหมือนกับการที่ถ้าเราลืมส่องกระจกเราก็อาจจะเข้าข้างตัวเองว่าตัวเราสมบูรณ์เพียบพร้อม ทั้ง ๆ ที่เราอาจจะมีสิว ไฝ ฝ้า กระ ฯลฯ อยู่ที่ใบหน้าโดยที่เราไม่รู้

            คราวนี้เราลองมาดูกันนะครับว่าในสไตล์ทั้งสี่นั้น เมื่อเขามองดูตัวเองเขาคิดว่าเป็นยังไง และเขาจะถูกมองโดยผู้อื่นอย่างไร ซึ่งเปรียบเสมือนมีด้านสว่างแล้วก็ย่อมจะมีด้านมืดเป็นของคู่กันดังนี้

คนสไตล์ D มองตัวเอง

            คนสไตล์ D เขาจะมองตัวเขาว่าเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ชัดเจน กล้าคิดกล้าทำกล้าตัดสินใจ เขาจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง และคิดว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจทำไปนั้นถูกต้องเสมอ เขามองว่าเขาเป็นคนรวดเร็ว และเป็นนักแก้ปัญหาตัวฉกาจ ที่ไหนมีปัญหาต้องการการจัดการแบบเด็ดขาดแล้วล่ะก็เขาพร้อมเสมอ

คนอื่นมองคนสไตล์ D

            คนอื่นรอบข้างจะมองคนสไตล์ D ว่าเป็นพวกเผด็จการ บ้าอำนาจ ดื้อรั้น ไม่ค่อยจะฟังใคร หยิ่งผยอง ก้าวร้าว ทำอะไรบุ่มบ่าม ไม่คิดก่อนพูด (หรือก่อนทำ) ขาดความละเอียดรอบคอบ ไม่เป็นนักวางแผนที่ดีเลย เอาแต่กำลังหรือเอาแต่อำนาจเป็นที่ตั้ง

คนสไตล์ I มองตัวเอง

            เขามองตัวเขาเองว่าเป็นคนที่เข้าใจผู้คน เขาเป็นคนดีมีมนุษยสัมพันธ์กับทุก ๆ คน แคร์ความรู้สึกคน มองเห็นคุณค่าของคน เขาเป็นคนเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นคนทุกคน เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ พร้อมที่จะเข้าอกเข้าใจผู้คน จึงมักจะมีอารมณ์ที่ อิน ไปกับเรื่องราวของคนได้ง่าย

คนอื่นมองคนสไตล์ I

            คนสไตล์ I มักจะถูกมองจากคนอื่นว่าเป็นคนที่โลเลไม่ชัดเจน ตัดสินใจก็ไม่เด็ดขาดมัวแต่ฟังคนโน้นคนนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงการตัดสินใจเพราะกลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนใจใครเขาเข้า เป็นคนที่พูดมากกว่าทำ และไม่ตัดสินใจจัดการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงทั้ง ๆ ที่อยู่ในวิสัยจะทำได้ก็ไม่ยอมทำ มัวแต่กลัวว่าถ้าทำอะไรไปก็จะทำให้คนอื่น ๆ เขามองว่าเราไม่ดีก็เลยไม่ค่อยกล้าจะทำอะไรขัดใจผู้คนรอบข้าง

คนสไตล์ S มองตัวเอง

            คนสไตล์ S จะมองตัวเองว่าเป็นคนทำอะไรถูกต้องเสมอ เพราะตนเองทำตามขั้นตอน กฎระเบียบข้อบังคับ หรือทำตามหลักการหลักเกณฑ์ทุกอย่าง เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นโอกาสผิดพลาดน้อยมากเพราะความที่เขาเป็นคนทำงานตามขั้นตอนที่ชัดเจน และเขาก็ยังรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มหรือที่ประชุมอีกด้วย เขามองว่าการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามเป็นสิ่งที่ควรจะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังรอบคอบ เขาคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนั้นมักจะเกิดปัญหาตามมาเสมอ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือทำตามแบบอย่างที่เคยทำมาจะปลอดภัยที่สุด

คนอื่นมองคนสไตล์ S

            คนอื่นจะมองคนสไตล์ S ว่าเป็นคนที่มักหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไม่กล้าตัดสินใจอะไรที่อยู่นอกเหนือหลักเกณฑ์ ไม่มีไอเดียอะไรใหม่ ๆ หรือแม้แต่ถ้าหากลูกน้องมีไอเดียอะไรใหม่ ๆ มาเสนอก็จะถูกคนสไตล์ S เบรคก่อนเสมอว่า พี่เคยทำมาก่อนแล้ว แต่ไม่เวิร์คหรอกเพราะ....... หรือ คุณใช้อะไรคิดโครงการนี้ขึ้นมา.......  นานเข้าลูกน้องก็ไม่เสนออะไรอีกเพราะคนสไตล์ S จะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

คนสไตล์ C มองตัวเอง

            เขาจะมองตัวเองว่าเป็นคนละเอียดรอบคอบ งานแต่ละชิ้นของเขามีการกลั่นกรองพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้ว เขามองผู้คนว่าต้องการการควบคุมอย่างใกล้ชิดเพราะคนมีแนวโน้มจะทำอะไรผิดพลาดได้ง่ายไม่ค่อยจะละเอียดรอบคอบเท่าที่ควร เขาจึงต้องควบคุมลูกน้องอย่างใกล้ชิด เขามองตัวเองว่าเป็นคนที่มีมาตรฐานการทำงานสูง ตัดสินใจชัดเจน การตัดสินใจของเขาเป็นเรื่องถูกต้องที่สุด และผลงานของเขาเหนือกว่าคนอื่นเสมอ

คนอื่นมองคนสไตล์ C

            คนอื่นจะมองคนสไตล์ C ว่าเป็นพวกสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) หรือคุณชาย (คุณหญิง) ละเอียด ลงลึกในรายละเอียดมากจนเกินไป ไม่ไว้ใจกันเลย เป็นคนที่ชอบควบคุมทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมใกล้ชิดถึงขนาดนั้น มีคำถามจุกจิกมากมายในรายละเอียดเยอะแยะไปหมด ไม่มีงานทำหรือจึงต้องมาคอยดูแลการทำงานของคนอื่นจนอึดอัดกันไปหมด โดยเฉพาะใครก็ตามที่มีหัวหน้าเป็นคนสไตล์ C จะอึดอัดกับการที่ถูกสั่งให้ทำรายงานหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรายงานในรายละเอียดเยอะแยะไปหมดทั้ง ๆ ที่งานประจำก็มากจนล้นทำแทบไม่ทันอยู่แล้ว

            แล้วก็มาถึงตอนจบของซีรีส์ชุดนี้แล้วนะครับ       

ผมเชื่อว่าท่านจะได้ข้อคิดจากเรื่องของ D I S C เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้ เพื่อให้ท่านได้เข้าใจถึงธรรมชาติและพื้นฐานของคนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสไตล์ มากยิ่งขึ้น และหาแนวทางในการปรับตัวของท่านให้เข้ากับคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้นต่อไปนะครับ.



................................................
ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
081-846-2525