วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

รู้เขา...รู้เรา....ด้วย D I S C (ตอนที่ 3)

            ในตอนที่สองผมได้เล่าให้ท่านฟังในเรื่องการอ่านตัวเองและคนอื่นด้วย  D I S C ในเบื้องต้น และติดเอาไว้ว่าในตอนที่ 3 ผมจะมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านได้รู้เรา-รู้เขา จะได้ทำงานร่วมกันได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น คงยังจำได้นะครับ

            ผมเลยขอนำภาพของ D I S C มาประกอบไว้อีกครั้งก่อนกันลืมดังนี้

 
การบริหารจัดการคนด้วย D I S C

            ขอทบทวนความเดิมตอนที่แล้วอีกสักครั้ง กล่าวคือเมื่อท่านได้ทราบลักษณะหรือสไตล์ของคนทั้ง 4 แบบแล้ว ท่านลองมองกลับมาที่ตัวท่านเอง (อย่างไม่ลำเอียง) นะครับว่าท่านจัดอยู่ในประเภทใดหรือท่านมีสไตล์ใดเป็นสไตล์หลัก คือพฤติกรรมการแสดงออก การพูดการจา การดำเนินชีวิตของท่านส่วนใหญ่ นั่นแหละครับสไตล์หลักของท่าน ส่วนสไตล์แต่ละสไตล์จะมีลักษณะยังไง ท่านก็ต้องไปหาอ่านจากตอนที่ผ่าน ๆ มานะครับ ขืนเอามาพูดใหม่จะเปลืองหน้ากระดาษเสียเปล่า ๆ

          เมื่อท่านทราบสไตล์ของท่านแล้ว ท่านควรจะทำความเข้าใจถึงผู้คนรอบข้างในสไตล์อื่นด้วยเพื่อให้การทำงาน หรือการใช้ชีวิตร่วมกันเกิดความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

            อย่างน้อยเมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ท่านอาจจะเริ่มเข้าใจคนในแบบที่ไม่เหมือนท่านบ้างแล้วนะครับ !!

            ดังนั้น เมื่อท่านพบว่าเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน สามี ภรรยา ลูก ฯลฯ ของท่านทำไม่ถึงทำอย่างนั้นอย่างนี้ หรือทำไมถึงไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้น่ะ ขอให้ท่านกลับมาคิดถึงเรื่องที่ผมเคยบอกไวแล้วว่า เป็นเพราะคนแต่ละคนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ท่านแปลงความไม่เข้าใจมาเป็นความต้องการที่จะศึกษาคน ๆ นั้นที่มีลักษณะของความคิดความอ่าน หรือการกระทำที่ไม่เป็นอย่างที่ท่านคาดหวัง เพื่อการปรับตัวเข้าหากันได้มากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบของคนแต่ละสไตล์

            มาถึงตรงนี้ผมอยากจะให้ท่านได้เข้าใจเพิ่มขึ้นว่าคนในแต่ละสไตล์ชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง เพื่อที่ท่านจะได้ระมัดระวังในการปรับตัวกับคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนที่บ้านของท่านได้ดียิ่งขึ้น  เราลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

สิ่งที่คนสไตล์ D ชอบ

            คือการทำงานอย่างอิสระ เมื่อมอบหมายงานให้แล้วต้องให้อำนาจตัดสินใจเขาไปด้วยนะครับ เพราะเขาเป็นคนที่มุ่งผลลัพธ์ (Result Oriented) สูง ชอบงานที่ท้าทายความก้าวหน้าในหน้าที่/ตำแหน่ง ชอบเสี่ยง กล้าตัดสินใจ งานหรือกิจกรรมที่จะต้องการคนเข้าไปลุยแก้ปัญหาหรือจัดการให้เสร็จในภารกิจเฉพาะที่ต้องการให้เห็นผลเร็ว หรือมีการแข่งขันสูง และมีเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดผลสำเร็จที่ชัดเจน

สิ่งที่คนสไตล์ D ไม่ชอบ

            การที่เข้าไปควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด เพราะเขาจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจ การตัดสินใจที่ชักช้า (ก็เพราะเขาเป็นคนใจร้อนนี่ครับ) การมีขั้นตอนที่มากหรือมีงานจุกจิกหยุมหยิม หรือการมอบหมายงานให้ไปแล้วแต่ไม่ให้อำนาจตัดสินใจจะทำให้เขาอึดอัด ตลอดจนการเข้าไปแทรกแซงสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจสั่งการ หรือดำเนินการไปแล้วถูกสั่งให้แก้ไขโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร จะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและอึดอัดมากขึ้น

สิ่งที่คนสไตล์ I ชอบ

            คนสไตล์ I จะชอบงานที่ต้องพบปะติดต่อผู้คน งานสมาคม งานสังสรรค์ เจ๊าะแจ๊ะ การเข้าไปให้กำลังใจกับผู้คน การเข้าร่วมประสานงานระดมความคิด งานแปลก ๆ ใหม่ ๆ งานที่ต้องทำกันเป็นกลุ่มเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ

สิ่งที่คนสไตล์ I ไม่ชอบ

            งานที่เป็นงานประจำโดยเฉพาะงานที่ไม่ค่อยได้พบปะกับผู้คน เพราะเขาจะรู้สึกว่ามันจำเจน่าเบื่อหน่าย หรือมีกฎระเบียบมาก ๆ หรืองานที่ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้คน งานที่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งหรือต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของผู้คน ก็เขาไม่ชอบทำอะไรที่ขัดใจคนอื่นนี่ครับ

สิ่งที่คนสไตล์ S ชอบ

            คนสไตล์ S จะชอบงานที่เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ไม่ต้องเร่งรีบนักเพราะเขาไม่ชอบเสี่ยงนี่ครับ เรียกว่าทำช้า ๆ แต่ชัวร์ เขาจะเป็นผู้ร่วมทีมงานที่ดีไม่ละเมิดกฏเกณฑ์ของกลุ่ม เป็นผู้รับฟังที่ดีด้วยท่าทีที่นุ่มนวลด้วยบรรยากาศมิตรภาพ ให้ความสำคัญกับสัมพันธภาพที่ดีซึ่งกันและกันจึงไม่ชอบทำอะไรที่จะทำให้คนมองว่าเขาเป็นคนไม่ดี ชอบอยู่อย่างสงบไม่รุกรานใคร ชอบที่จะให้มีเวลาในการทำงานหรือมีเวลาในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ชอบทำอะไรที่ไม่เสี่ยงและมีหลักเกณฑ์หรือมีขั้นตอนที่ชัดเจน

สิ่งที่คนสไตล์ S ไม่ชอบ

            เขาจะไม่ชอบบรรยากาศของความขัดแย้ง การบีบบังคับให้ตัดสินใจแบบทันทีทันใด เพราะเขาจะรู้สึกว่าทำไมไม่คิดให้ดีให้รอบคอบเสียก่อน ไม่ชอบการลัดขั้นตอน หรือการมีกฎเกณฑ์ที่คลุมเครือจะทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูก ก็เขาจำเป็นต้องตัดสินใจตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ชัดเจนนี่ครับ เพราะเดี๋ยวทำอะไรผิดหลักเกณฑ์เกิดปัญหาขึ้นมารับผิดชอบไม่ไหวเหมือนกัน ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ชอบความขัดแย้งในทีมงาน การไม่ยอมรับฟังซึ่งกันและกัน เมื่อเขาพูด (กรณีที่เขาเป็นหัวหน้างาน) ท่านก็ต้องฟัง เพราะเขาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง (แม้ว่าปากอาจจะบอกว่าชอบการเปลี่ยนแปลงก็ตาม)

สิ่งที่คนสไตล์ C ชอบ

            คนสไตล์ C เขาจะชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความถูกต้องของผู้มูลที่เชื่อถือและพิสูจน์ได้ ก็เขาเป็นคนที่ชอบข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วนี่ครับ ชอบข้อมูลเอกสารแนบเยอะๆ รับรองว่าเขาจะอ่านทุกหน้าทุกบรรทัดผิดตรงไหนจะหาที่ผิดมาให้ดูจนได้ เขาจึงเป็นคนที่มีมาตรฐานในการทำงานสูง แม้แต่การจัดวางอุปกรณ์ข้าวของที่บ้านก็ตามต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยนะครับ เป็นคนที่เน้นงานมาก่อนเรื่องส่วนตัว มีความละเอียดถี่ถ้วนสูง หรือที่เรียกกันว่าเป็นพวกต้องการความครบถ้วนสมบูรณ์สูงมาก (Perfectionism) หากเขาพบว่ามีใครที่ให้ข้อมูลที่ไม่จริงหรือไม่ถูกต้องแล้วล่ะก็เขาจะจำไว้นานเลยครับ

สิ่งที่คนสไตล์ C ไม่ชอบ

            นั่นก็คือความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีข้อมูลรายละเอียดรองรับเพราะจะทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูกเนื่องจากเป็นสไตล์ที่รับฟังหรือค้นหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน (หรือพยานวัตถุ) มากกว่าพยานบุคคล ดังนั้นเขาจะอึดอัดใจหากไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ ในขณะเดียวกันหากมีใครวิจารณ์ตัวเขาหรือผลงานของเขาว่าไม่ดีควรปรับปรุงแล้วล่ะก็เขาจะหงุดหงิดมากขึ้น เขาไม่ชอบให้ใครมาเร่งรัดงานของเขาจนไม่มีเวลาตรวจสอบความถูกต้องให้แน่ใจเสียก่อน เพราะเขากลัวว่างานจะบกพร่องเป็นจุดที่ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกตำหนิได้ อีกประการหนึ่งคือเขาไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบที่จะต้องเป็นจุดเด่นในที่สาธารณะครับ

            เอาล่ะครับเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ในตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบของซีรีส์ชุดนี้ ผมจะมาพูดถึงวิธีการติดต่อกับคนในแต่ละสไตล์ให้ท่านได้ทราบปิดท้ายอีกครั้งนะครับ





............................................
ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
081-846-2525