วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

รู้เขา..รู้เรา..ด้วย D I S C (ตอนที่ 1)

            เร่เข้ามาครับ เร่เข้ามา....วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจในเรื่องราวของผู้คนอีกเช่นเคย

เพื่อที่ท่านจะได้นำแนวทางที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ไปปรับใช้กับชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัวเพื่อท่านจะได้ทำงานหรือใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเข้าใจผู้คนมากยิ่งขึ้น

            เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องที่เขาเรียกกันว่า “D I S Cครับ !

            แต่ขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้คงต้องติดตามกันเป็นตอน ๆ หรือเรียกให้เข้าสมัยว่าเป็นซีรีส์ครับ

            พอดีเห็นว่าตอนนี้เทรนด์นิยมเรื่องหนังซีรีส์ต่าง ๆ โดยทำแบบต่อเนื่องประเภทธาราหิมาลัย, ดวงใจอัคนี ฯลฯ  ผมก็เลยขออินเทรนด์เขียนแบบต่อเนื่องเป็นซีรีส์บ้าง เพื่อที่จะได้เนื้อหาครบถ้วนสัก 4 ตอน หากขาดตอนใดตอนหนึ่งก็อาจจะเหมือนท่านดูหนังซีรีส์ไม่ครบทุกตอน เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องตามดูให้จบทุกตอนก็แล้วกัน

            มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า....

เรื่องของ D I S C นั้นมาจากนักจิตวิทยาท่านหนึ่งหรือ Dr. William Moulton Marston แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (ก็แหล่งรวมของคนเก่ง ๆ ที่มักจะมีผลงานอะไรดี ๆ ออกมาอยู่บ่อย ๆ ยังไงล่ะครับ) โดย Dr. William Marston ท่านได้เขียนหนังสือที่ชื่อ The Emotions of Normal People และจำแนกคนเราออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทไม่มีประเภทใดที่ดีที่สุด หรือแย่ที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการปรับตัวเองตามแบบของตนเอง

D I S C คืออะไร ?

            พอเห็นคำ ๆ นี้หลายท่านอาจจะนึกถึงเบรครถยนต์ หรือ แผ่น CD ฯลฯ แต่ D I S C ก็ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดไว้หรอกนะครับ

            เรามาทำความเข้าใจในสไตล์ทั้งสี่แบบด้วยรูปภาพข้างล่างนี้ครับ

                                                       

            ซึ่งแนวทางของ D I S C ตามภาพข้างต้นจะบอกไว้ว่าคนทุกคนจะมีสไตล์ใดสไตล์หนึ่งในสี่นี้เป็นสไตล์หลักซึ่งเป็นพฤติกรรม การแสดงออก การพูดการจา เป็นส่วนเปิดเผยที่ทุกคนรวมทั้งเจ้าตัวก็ทราบว่าตนเองนั้นเป็นคนสไตล์ใด ส่วนที่เหลืออีกสามสไตล์นั้นจะเป็นสไตล์รองลงไป

            เรื่องต่อมาก็คือต้องเข้าใจว่าไม่มีสไตล์ใดดีเลิศ และไม่มีสไตล์ใดเลวสุดนะครับ เพราะทุกสไตล์ก็จะมีจุดเด่นและจุดอ่อนในตัวเองทั้งสิ้น และที่สำคัญท่านต้องควบคุมสไตล์หลักของตัวเองให้ดีอย่าปล่อยให้สไตล์หลักโดดเด่นมากจนเกินไป ไม่อย่างงั้นจะเสียสมดุลและจะเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและจะก่อให้เกิดปัญหากับตัวเองในที่สุดครับ

            จากภาพจะพบว่าใครก็ตามที่เป็นคนสไตล์บน (คือ D หรือ C) จะเป็นคนที่ใช้เหตุใช้ผลจะรับฟังอะไรก็ต้องมีข้อมูลข้อเท็จจริงประกอบถึงจะยอมเชื่อยอมรับ หรือพวกสมองซีกซ้ายนั่นเอง แถมยังเป็นพวกที่มุ่งงาน บ้างาน รับผิดชอบงานสูงอีกด้วยแน่ะ

            ส่วนพวกที่มีสไตล์ล่าง (S หรือ I) เป็นสไตล์หลัก ก็จะเป็นคนที่ใช้อารมณ์ ความรู้สึก สัญชาติญาณ ลางสังหรณ์ จินตนาการ (หรือพวกสมองซีกขวา) เป็นหลัก และจะมุ่งคนคือเน้นมนุษยสัมพันธ์ เข้าหาผู้คน โอภาปราศัย ชอบพูดคุยกับผู้คน หรือพูดง่าย ๆ ว่ามุ่งคนก่อนแล้วงานมาทีหลังก็ได้ครับ

            เรามาดูกันว่าแต่ละสไตล์จะมีจุดเด่นจุดด้อยยังไงกันบ้าง

D = Dominance ผู้กร้าวแกร่ง ฉับไว โผงผาง ปากไว ใจร้อน กล้าคิด กล้าตัดสินใจ

            หากท่านหรือใครก็ตามมีสไตล์ D เป็นสไตล์หลักคน ๆ นั้นก็จะมีลักษณะเด่นคือ เป็นคนโผงผาง ปากไว ใจร้อน กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ชอบความเด็ดขาดชัดเจน เช่น ถูกหรือผิด ขาวหรือดำ ซ้ายหรือขวา อย่ามาทำกั๊ก ๆ ลังเล ๆ อย่างนี้ไม่เอา เป็นคนมุ่งมั่น มุ่งผลสำเร็จของงาน (และชีวิต) สูง ของการควบคุม การตัดสินใจชัดเจน เด็ดขาด ชอบเปลี่ยนแปลง กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ ชอบการแข่งขัน ไม่กลัวใคร ชอบทำงานโดยอิสระ ไม่ชอบการถูกควบคุม มีความรับผิดชอบในงานสูง ชอบความท้าทาย

            หากท่านพบว่าใครก็ตามที่มีลักษณะที่พูดเสียงดัง จ้องตา ตอบตรงประเด็นรวดเร็วไม่อ้อมค้อม มุ่งผลสำเร็จสูง ชอบความท้าทาย กล้าเสี่ยงกล้าตัดสินใจ ก็แสดงว่าคน ๆ นั้นมีแนวโน้มจะเป็นคนในสไตล์แบบ D ครับ

I = Influence ช่างเจ๊าะแจ๊ะ ชอบงานสังสรรค์สังคมรื่นเริงบรรเทิง อารมณ์ศิลปิน

            คนที่เป็นสไตล์ I (ซึ่งผมมักจะเรียกเล่น ๆ ว่า I มาจากคำว่า I am hereครับ) จะเป็นคนที่แคร์กับความรู้สึกของคนรอบข้าง เน้นมนุษยสัมพันธ์อันดีกับผู้คนทั่วไป ชอบงานสังสรรค์ รื่นเริง บรรเทิง ปาร์ตี้ เขาจะเป็นสีสันขององค์กร จะรู้จักทุกคนในองค์กรเป็นอย่างดี และทุกคนก็จะรู้จักเขาเช่นเดียวกัน จนเรียกว่าเป็นคัมภร์บู๊ลิ้มขององค์กรก็ว่าได้ เพราะเขาจะรู้หมดว่าใครรักใคร ชอบใคร เกลียดใคร ใครเป็นเจ้ามือหวย โต๊ะบอล เท้าแชร์ในองค์กร เราจะพบคนสไตล์ I ได้ตามงานต่าง ๆ เช่น งานแข่งกีฬาภายใน, งานเลี้ยงสรรค์ประจำปี, งานชมรม สมาคมต่าง ๆ เพราะเขาจะชอบเป็นจุดเด่นของงาน และผู้คนก็จะชอบมาพูดคุยกับเขา ด้วยความเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างนั่นเองครับ

            หากท่านพบว่าใครที่มีลักษณะการแต่งกายมีสีสัน มีอารมณ์ขัน การตอบคำถามที่ขาดหลักรองรับ (หรือตัดสินใจโดยอารมณ์มากกว่าเหตุผล) พูดเก่ง โต้ตอบเร็วเล่าเรื่องได้เป็นฉาก ๆ มีภาษากายประกอบตลอดเวลา มีอารมณ์ศิลปินสูง (หรืออาจจะติสแตกบ่อย ๆ ) ก็น่าจะสันนิษฐานได้ว่าเป็นคนกลุ่ม I แล้วล่ะครับ

S = Steadiness เห็นใจผู้คน ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง อนุรักษ์นิยม ทำตามขั้นตอน

            ถ้าท่านหรือใครมีสไตล์ S เป็นสไตล์หลัก คน ๆ นั้นก็จะเป็นคนที่ชอบทำอะไรตามขั้นตอน กฎระเบียบ แบบค่อยเป็นค่อยไป ชนิดช้า ๆ แต่แน่นอน ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง เคยทำอะไรหรือใช้ชีวิตยังไงก็จะเป็นอย่างนั้น เช่น การเดินทางจากที่บ้านไปที่ทำงานหรือจากที่ทำงานกลับบ้าน หากใช้เส้นทางไหนก็จะเป็นเส้นทางนั้นไม่เปลี่ยนง่าย ๆ แม้ว่าจะมีปัญหาระหว่างทางยังไงก็ยังคงยึดเส้นทางเดิม เคยกินอะไรก็จะชอบกินอยู่อย่างนั้น หากจะนัดอะไรกระทันหันพวกนี้ก็จะไม่สะดวกเพราะต้องนัดเขาล่วงหน้าตามลำดับขั้นตอนครับ คนสไตล์ S จะเป็นคนที่แม่นยำในเรื่องกฎระเบียบ ขั้นตอนเป๊ะ ๆ ทุกข้อทุกมาตราทุกบรรทัดครับ มักจะจดจำแต่เรื่องเก่า ๆ ติดกฎเกณฑ์แบบอนุรักษ์นิยม เป็นคนที่ต้องการอะไรที่เป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ชอบอะไรที่รีบร้อน ดังนั้นหากมีเรื่องด่วน ๆ เข้าไปและต้องการคำตอบในเดี๋ยวนั้นแล้วล่ะก็ คนแบบ S จะอึดอัดอย่างยิ่ง

C = Compliance คือคุณชาย(หรือคุณหญิง)ละเอียด รอบคอบสุดฤทธิ์ คุยกันด้วยข้อมูลเท่านั้น แถมยังเป็นหญิงมั่น-ชายมั่นอีกต่างหาก

            ใครที่มีสไตล์ C เป็นสไตล์หลักคน ๆ นั้นก็จะเป็นคนที่ต้องการความละเอียดถี่ถ้วนสูงมาก (กว่าปกติคนทั่วไป) ไม่เชื่ออะไรง่าย  ๆ แต่ต้องมีข้อเท็จจริง (หรือข้อมูล) ที่ยืนยันมาพิสูจน์กันได้เท่านั้น รักษามาตรฐานและคุณภาพให้เป็นไปตามระบบ เป็นคนที่มีความคิดอย่างเป็นระบบ เป็นคนที่เรียกว่า Perfectionist มักจะเน้นเรื่องงานมาก่อนเรื่องส่วนตัว ชอบการวางแผน เป็นคนจริงจังกับทุก ๆ เรื่อง จากความที่เป็นคนสนใจใฝ่เรียนรู้และมีข้อมูลมากนี่เองทำให้เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงถึงสูงมาก ใครจะหว่านล้อมชักจูงโน้มน้าวให้เชื่อถือคล้อยตามแล้วต้องมีข้อมูลพิสูจน์ได้จริง ๆ ถึงจะยอมฟัง แถมยังเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาดชัดเจน ยอมหักไม่ยอมงออีกด้วย มีลักษณะอ่อนนอก-แข็งใน มักเป็นคนที่ชอบอยู่เบื้องหลังเป็นนักคิดนักปฏิบัติที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าจะออกมาเบื้องหน้า

            เมื่อท่านต้องทำงานร่วมกับใครแล้วพบว่าคน ๆ นั้นมีลักษณะที่พูดเนิบ ๆ แบบโมโนโทน เวลาพูดจะมีจังหวะจะโคน และมีท่าทีคิดก่อนพูด สีหน้าอ่านยาก (ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ให้เห็นชัดเจน) มักจะสนใจในเรื่องข้อมูลมากกว่าปฏิบัติ มีวิธีคิดที่เป็นระบบ เวลาตัดสินใจแต่ละทีก็จะเด็ดขาด (และก็จะกล้าตัดสินใจทำทันทีจนทำให้คนรอบข้างประหลาดใจว่าทำไมถึงได้กล้าตัดสินใจเด็ดขาดขนาดนี้) แล้วล่ะก็คน ๆ นั้นก็น่าจะเป็นคนแบบ C แล้วล่ะครับ

            ว้า ! เขียนมาถึงตรงนี้หมดหน้ากระดาษพอดี ในตอนหน้าเราจะมาดูกันว่าจะนำความรู้ในเรื่อง D I S C มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานร่วมกับคนอื่นให้ราบรื่น ตลอดจนเราจะเรียนรู้วิธีการนำเรื่องของ  D I S C มาบริหารจัดการกับผู้คน (รวมทั้งบริหารตนเอง) ได้ยังไง ซึ่งหากท่านฝึกฝนทักษะการอ่านตัวเอง และคนอื่นด้วย D I S C ให้เป็นนิสัยแล้วผมเชื่อว่าท่านจะสามารถทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ

            โปรดอย่าพลาดและติดตามตอนต่อไป....



.......................................................

ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
081-846-2525